วิเคราะห์เจาะลึก โคดี้ คักโป ทำไมร่างอัศวินสีส้มในฟุตบอลโลก 2026 ถึงทรงพลังกว่าร่างหงส์แดง? เผย 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้คักโปร่างทองระเบิดฟอร์มเทพ
หากใครได้ติดตามเกม ฟุตบอลโลก 2026 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา คงต้องอุทานออกมาดัง ๆ เมื่อเห็นผลการแข่งขันที่ เนเธอร์แลนด์ ถล่ม สวีเดน ไปถึง 5-1
แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าผลการแข่งขันคือฟอร์มเทพ ของ โคดี้ คักโป ที่ทำไป 2 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ พร้อมคว้าคะแนนความสามารถไปสูงถึง 9.7 เต็ม 10
ภาพที่ คักโป กระชากบอลจากทางซ้าย ตัดเข้าใน แล้วตะบันด้วยขวาอย่างเด็ดขาด กลายเป็นภาพชินตาในสีเสื้อทีมชาติ
แต่มันกลับเป็นภาพที่ แฟนบอลลิเวอร์พูล โหยหา เพราะในถิ่นแอนฟิลด์ คักโป มักถูกมองว่าเป็นนักเตะที่ "ขาดความสม่ำเสมอ" หรือบางครั้งก็ถูกวิจารณ์ว่า "เดาทางง่ายเกินไป"
คำถามที่น่าสนใจที่ตามมาคือ... ทำไม คักโป คนเดียวกัน ถึงมีประสิทธิภาพต่างกันราวหลังตีนเป็นหน้ามือระหว่างทีมชาติกับสโมสร? ร่วมวิเคราะห์พร้อมกันกับ SIAMSPORT
กับดักของตำแหน่ง "กองหน้าตัวเป้า"
ย้อนกลับไปในช่วง 18 เดือนแรกภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ คักโปถูกจับไปเล่นเป็น "False 9" หรือกองหน้าตัวเป้าเสียเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งเจ้าตัวยอมรับเองว่าตำแหน่งที่เขาสร้างชื่อมาตั้งแต่สมัยอยู่กับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น คือ "ปีกซ้าย"
โรนัลด์ คูมัน กุนซือเนเธอร์แลนด์ เคยพูดไว้อย่างชัดเจนว่า "ตำแหน่งของ คักโป คือทางฝั่งซ้าย เพราะเขาอันตรายที่สุดเมื่อได้ดวลแบบ 1 ต่อ 1 กับแบ็ก"
เมื่ออยู่ในทีมชาติ เขาไม่ต้องพะวงกับการยืนค้ำกองหลังในตำแหน่งเซนเตอร์ แต่มีอิสระในการใช้ความเร็วและเทคนิคการลากตัดเข้าใน ซึ่งเป็น "ลายเซ็น" ของเขาอย่างเต็มที่
"อิสระ" ที่มาพร้อมกับความอันตราย
ตัว คักโป เองให้สัมภาษณ์หลังจบเกมถล่ม สวีเดน ว่า ความแตกต่างสำคัญคือ "อิสระ" ที่เขาได้รับจาก คูมัน
ในระบบทีมชาติ เขาได้รับมอบหมายให้เป็นอาวุธหลักในแนวรุกที่สามารถหุบเข้าในมาสร้างโอกาสหรือจบสกอร์ได้ตามสัญชาตญาณ
ขณะที่ใน ลิเวอร์พูล อาจทำให้เขาต้องพะวงกับหน้าที่ในเกมรับมากกว่า
แม้สถิติจะชี้ว่า คักโป เป็นหนึ่งในแนวรุกที่ช่วยเกมรับได้ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก
แต่นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายลดทอนลงไปเมื่อเทียบกับการเล่นให้ "อัศวินสีส้ม"
"The Brobbey Effect" คู่หูที่ลงตัว
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ คักโป ใน ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ดูน่ากลัวขึ้น คือการมีกองหน้าตัวเป้าสายพลังอย่าง ไบรอัน บร็อบบีย์
การเล่นที่แข็งแกร่งและการเก็บบอลของ บร็อบบีย์ ช่วยดึงตัวประกบและเปิดพื้นที่ให้ คักโป มีที่ว่างให้เล่นมากขึ้น
ซึ่งใน ลิเวอร์พูล เขาต้องหมุนเวียนตำแหน่งกับผู้เล่นหลายสไตล์ ทำให้จังหวะการประสานงานอาจจะไม่ลงตัวเท่ากับการมีหน้าเป้าธรรมชาติคอยซัพพอร์ต
สุดท้ายแล้ว ความโดดเด่นของ คักโป ในทีมชาติ พูดง่าย ๆ คือการวางเขาไว้ในสภาพแวดล้อมที่ "ถูกที่ ถูกเวลา และถูกหน้าที่"
ซึ่งหาก อิราโอล่า สามารถถอดรหัสลับนี้มาใช้ที่แอนฟิลด์ได้สำเร็จ ลิเวอร์พูล ก็อาจจะได้เห็น "คักโปร่างทอง" มาเขย่า พรีเมียร์ลีก อย่างถาวร
หรือไม่อย่างงั้น คักโป ก็อาจต้องนั่งสำรองตูดด้านตลอดไป ในฤดูกาลหน้าที่กำลังจะถึง...