มาเตียส กาลาร์ซ่า ซัดประตูโทนตั้งแต่นาทีที่ 2 พา ปารากวัย เฉือนชนะ ตุรกี 1-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี แม้ต้องเล่น 10 คนตลอดครึ่งหลัง หลัง มิเกล อัลมิรอน ถูกใบแดงจากการละเมิดกฎใหม่ของฟีฟ่า แต่ ปาราหวัย ยังคว้า 3 แต้มแรกของทัวร์นาเมนต์ได้สำเร็จ
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย เป็นการพบกันระหว่าง ตุรกี และ ปารากวัย โดยทั้งสองทีมต่างพ่ายแพ้มาในเกมแรก และต้องการชัยชนะเพื่อรักษาโอกาสลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
เริ่มเกมได้เพียง 2 นาที ปารากวัยออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะที่ มาเตียส กาลาร์ซ่า ได้บอลนอกกรอบเขตโทษ ก่อนตัดสินใจซัดเรียดเสียบเสาเข้าไปอย่างเฉียบขาด และเป็นประตูที่เกิดขึ้นเร็วสุดในบอโลกหนนี้
หลังเสียประตู ตุรกีเป็นฝ่ายครองเกมและเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง โดยเกือบตีเสมอได้ในนาทีที่ 35 จากลูกโหม่งของ เมิร์ต มัลเดอร์ แต่บอลไปชนคานก่อนกระดอนชนเสาออกมาอย่างน่าเสียดาย
อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เกมต้องหยุดลงเมื่อ มิเกล อัลมิรอน แนวรุกตัวเก่งของปารากวัย ถูกผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังใช้มือปิดปากพูดใส่นักเตะตุรกี ซึ่งเข้าข่ายละเมิดกฎใหม่ของฟีฟ่าเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมในสนาม
จบครึ่งแรก ปารากวัยยังนำอยู่ 1-0 แม้จะเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน
ครึ่งหลัง ตุรกีได้เปรียบตัวผู้เล่นและพยายามเร่งเครื่องอย่างหนัก แต่กลับเจาะแนวรับของปารากวัยไม่เข้า ขณะที่ทีมจากอเมริกาใต้ยังมีจังหวะสวนกลับอันตรายหลายครั้ง
นาทีที่ 62 ตุรกีเกือบได้ประตูตีเสมอจากลูกโหม่งของ เดนิซ กุล ทว่าบอลยังไม่ผ่านมือ ออร์ลันโด้ กิล นายทวารปารากวัย
ช่วงท้ายเกม ตุรกีบุกเต็มกำลัง และมีโอกาสทองในนาทีที่ 88 เมื่อ บาริส ยิลมาซ จ่ายถวายพานให้ คาน อูซุน ได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่ ออร์ลันโด้ กิล ยังออกมาปิดมุมได้อย่างยอดเยี่ยม
สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม ปารากวัย เฉือนชนะ ตุรกี 1-0 เก็บ 3 คะแนนแรกในฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ แม้จะต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนตลอดครึ่งหลัง ขณะที่ตุรกีพ่ายเป็นนัดที่สองติดต่อกันและตกรอบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยเกมนี้ชาติจากยุโรปสร้างโอกาสจบสกอร์มากถึง 32 ครั้ง แต่ไม่สามารถส่งบอลซุกก้อนตาข่ายได้เลย