เฟร์นานโด มุสเลรา มีชื่อติดทีมชาติอุรุกวัยลุยฟุตบอลโลก 5 สมัย แต่กลับไม่ได้รับ Legacy Patch จากฟีฟ่า เหมือน โรนัลโด้, เมสซี่ และ โมดริช เพราะเหตุใด?
หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงระหว่างศึกฟุตบอลโลก 2026 คือการที่ผู้เล่นระดับตำนานหลายคนได้รับ Legacy Patch หรือเครื่องหมายพิเศษจากวสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เพื่อยกย่องการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 5 สมัยเป็นอย่างน้อย
รายชื่อที่ได้รับเกียรติดังกล่าวมีทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ลีโอเนล เมสซี่, ลูก้า โมดริช, มานูเอล นอยเออร์ และ ยูโตะ นากาโตโมะ
อย่างไรก็ตาม มีชื่อหนึ่งที่แฟนบอลตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ได้รับป้ายดังกล่าว นั่นคือ เฟร์นานโด มุสเลรา ผู้รักษาประตูจอมเก๋าของทีมชาติอุรุกวัย
มุสเลรา มีชื่อติดทีมชาติอุรุกวัยในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึง 5 สมัย ได้แก่ ปี 2010, 2014, 2018, 2022 และ 2026 ซึ่งทำให้หลายคนเข้าใจว่าเขาควรได้รับ Legacy Patch เช่นเดียวกับผู้เล่นคนอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ของฟีฟ่าระบุชัดว่า ผู้เล่นจะต้อง ลงสนามแข่งขันจริงในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอย่างน้อย 5 ทัวร์นาเมนต์ ไม่ใช่เพียงแค่มีรายชื่อติดทีม
จุดสำคัญอยู่ที่ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ซึ่ง มุสเลรา แม้จะมีชื่อติดทีมชาติอุรุกวัย แต่ไม่ได้ลงสนามแม้แต่นัดเดียว ส่งผลให้เขาไม่ผ่านเงื่อนไขของฟีฟ่า และไม่ได้รับ Legacy Patch ในฟุตบอลโลก 2026
แม้จะถูกปฏิเสธในเบื้องต้น แต่มีรายงานว่า สมาคมฟุตบอลอุรุกวัย ได้ยื่นคำร้องต่อฟีฟ่าเพื่อขอให้พิจารณามอบป้าย Legacy ให้กับนายทวารวัยเก๋ารายนี้อีกครั้ง
นอกจากนี้ กีเยร์โม่ โอชัว ผู้รักษาประตูทีมชาติเม็กซิโก ก็อยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน แม้จะมีชื่อติดทีมลุยฟุตบอลโลกถึง 6 สมัย ระหว่างปี 2006-2026 แต่ได้ลงสนามจริงเพียง 3 ทัวร์นาเมนต์ คือ ปี 2014, 2018 และ 2022 ทำให้ไม่เข้าเกณฑ์รับ Legacy Patch เช่นกัน
ดังนั้น แม้ มุสเลรา จะได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในผู้รักษาประตูระดับตำนานของวงการฟุตบอลอเมริกาใต้ และมีชื่อติดทีมชาติอุรุกวัยในฟุตบอลโลกถึง 5 สมัย แต่ภายใต้กฎปัจจุบันของฟีฟ่า การมีชื่อในทีมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่ได้ลงสนามแข่งขันจริงในแต่ละทัวร์นาเมนต์นั้น ๆ