โยฮัน มันซัมบี ลงมาเป็นซูเปอร์ซับยิง 2 ประตูพาสวิตเซอร์แลนด์ถล่มบอสเนียฯ 4-1 พร้อมสร้างสถิติใหม่ในฟุตบอลโลก จริง ๆ เขาเกือบสร้างหน้าประวัติศาสตร์ได้ยิ่งกว่านั้น หาก กรานิต ชาก้า ยอมมอบจุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บให้ลุ้นแฮตทริก
คืนที่ สวิตเซอร์แลนด์ เอาชนะ บอสเนีย แอนด์ เฮอร์เซโกวีนา 4-1 ที่ SoFi Stadium กลายเป็นค่ำคืนที่ โยฮัน มันซัมบี ดาวรุ่งวัย 20 ปี ได้ประกาศตัวต่อสายตาแฟนฟุตบอลทั่วโลก
เขาลุกจากม้านั่งสำรองในนาทีที่ 72 และภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เขาก็เปลี่ยนเกมไปโดยสิ้นเชิง
สองประตูที่ยิงได้ไม่เพียงช่วยให้สวิตเซอร์แลนด์คว้าชัยชนะสำคัญจนแทบการันตีการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ แต่ยังส่งให้เขากลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ยิงได้อย่างน้อยสองประตูในฐานะตัวสำรอง
ในวัย 20 ปี 247 วัน มันซัมบี ยังกลายเป็นนักเตะ สวิตเซอร์แลนด์ คนแรกที่ทำสถิติดังกล่าวได้อีกด้วย แต่ความจริงแล้ว ค่ำคืนนี้เกือบจะยิ่งใหญ่กว่านั้น
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 97 สวิตเซอร์แลนด์ได้จุดโทษ หาก มันซัมบี เป็นคนสังหารและยิงเข้า เขาจะเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ทำแฮตทริกได้ รองจาก เปเล่ วัย 17 ปี ในปี 1958 และ เอ็ดมันด์ โคเนน ดาวยิงเยอรมนีวัย 19 ปี ในปี 1934
ไม่เพียงเท่านั้น เขาจะเป็นเพียงนักเตะคนที่สองในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ลงมาเป็นตัวสำรองแล้วทำแฮตทริกได้ ต่อจาก ลาสซ์โล คิสส์ ของฮังการี ในปี 1982
อย่างไรก็ตาม คนที่เดินไปวางบอลบนจุดโทษคือ กรานิต ชาก้า กัปตันทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ และตัวเองก็ยิงไม่พลาด
หลายคนคงสงสัยว่า มันซัมบี ได้ขอยิงจุดโทษลูกนั้นหรือไม่ คำตอบคือไม่
"ไม่เลย ผมไม่ได้พูดแบบนั้น" เจ้าตัวตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"ผมแค่ถามว่าเขาจะยิงเองหรือเปล่า และเขาก็บอกว่าใช่ เขายิงเข้า ผมก็มีความสุข ผมคิดว่าชัยชนะสำคัญกว่าแฮตทริก"
คำตอบสั้น ๆ แต่สะท้อนบุคลิกของนักเตะวัย 20 ปีได้อย่างชัดเจน
ขณะที่ ชาก้า ก็มีเหตุผลของตัวเองเช่นกัน
"มันไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว เรามีกฎของเรา"
"เขายังหนุ่ม และยังมีอนาคตอีกยาวไกล ให้ผู้เล่นที่มีประสบการณ์รับหน้าที่จุดโทษก่อน เวลาของเขาจะมาถึงเอง"
หากมองย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน เรื่องราวของ มันซัมบี ก็แทบไม่น่าเชื่อ
ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นผู้รักษาประตู ไอดอลคนแรกในชีวิตคือ มานูเอล นอยเออร์
แต่วันนี้เขากลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของวงการฟุตบอลสวิส
กองกลางจากไฟร์บวร์กสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง ทั้งมิดฟิลด์แบบ Box-to-Box, กองกลางตัวรุก หรือแม้แต่กองหน้า
ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาแจ้งเกิดเต็มตัวกับไฟร์บวร์ก และมีบทบาทสำคัญในการพาทีมทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก
ก่อนที่ปี 2026 จะกลายเป็นปีแห่งการแจ้งเกิดในระดับนานาชาติ
มันซัมบี ลงเล่นให้ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ชุดใหญ่ครั้งแรกในเกมพบ เม็กซิโก เมื่อเดือนมิถุนายน 2025
จากนั้นเพียงไม่กี่วัน เขาก็ยิงประตูแรกในนามทีมชาติได้ในเกมพบสหรัฐอเมริกา และหลังจากสองประตูใส่บอสเนียฯ
ตอนนี้เขามีผลงาน 5 ประตูจากการลงสนามเพียง 14 นัดให้ทีมชาติ จำนวนประตูดังกล่าวทำให้เขาขยับขึ้นไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้, เออร์ลิง ฮาลันด์ และ แฮร์รี่ เคน ในตารางดาวซัลโวฟุตบอลโลกครั้งนี้ ตามหลังเพียง ลิโอเนล เมสซี่ และ โจนาธาน เดวิด เท่านั้น
"การทำได้เหมือน เอ็มบัปเป้ เป็นเรื่องเหลือเชื่อสำหรับผม" เจ้าตัวยอมรับ
สิ่งที่ทำให้ผลงานของเขาน่าประทับใจยิ่งขึ้นคือ สวิตเซอร์แลนด์ กำลังมีปัญหาเรื่องการจบสกอร์
เกมแรกกับกาตาร์ พวกเขาครองเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจนและสร้างโอกาสจำนวนมาก แต่กลับทำได้เพียงเสมอ
เกมกับบอสเนียฯ ก็กำลังดำเนินไปในทิศทางคล้ายกัน กระทั่ง มันซัมบี ถูกส่งลงสนาม
ไม่ถึงสองนาทีหลังลงเล่น เขาวอลเลย์เต็มข้อส่งบอลเสียบใต้คานอย่างเด็ดขาด จากนั้นอีก 16 นาทีต่อมา เขาเติมขึ้นมายิงประตูที่สองจากการเข้าทำอันยอดเยี่ยมของทีม และเปลี่ยนเกมที่อึดอัดให้กลายเป็นชัยชนะขาดลอย
หลังจบเกม มูรัต ยาคิน กุนซือทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ยอมรับว่า ลูกทีมวัย 20 ปีทำให้เขาต้องคิดหนักก่อนเกมนัดต่อไป
"เขาเป็นคนที่มีความสุขกับฟุตบอล และเต็มไปด้วยคุณภาพ ตั้งแต่วันแรก เขาคว้าโอกาสทุกครั้งที่ได้รับ"
"เขาเล่นได้หลายตำแหน่ง ทั้งเกมรับ กองกลาง ริมเส้น หรือแม้แต่กองหน้า เขาเติบโตมาจากฟุตบอลข้างถนน"
"เขายังต้องพัฒนาเรื่องระเบียบวินัยในการเล่นอีกเล็กน้อย แต่กำลังก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง"
"ใครจะรู้ บางทีเกมหน้าเราอาจส่งเขาลงตัวจริงก็ได้"
สิ่งที่ทำให้ทั้งโลกเริ่มจดจำชื่อของใครสักคน คือการลงมาเปลี่ยนเกมในเวลาที่ทีมต้องการเขามากที่สุด และคืนที่ SoFi Stadium
มันซัมบี ทำแบบนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แม้จะพลาดโอกาสสร้างแฮตทริกประวัติศาสตร์ไปก็ตาม
HOSSALONSO