เส้นทางดราม่า ไซม่อน อาดินกร้า จากเด็กล้างจานสู่แข้งบอลโลก

เส้นทางดราม่า ไซม่อน อาดินกร้า จากเด็กล้างจานสู่แข้งบอลโลก
ย้อนรอยเส้นทางลูกหนังสุดดราม่าของ ไซม่อน อาดินกร้า ปีกทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ที่เคยเผชิญวิบากกรรมถูกหลอกไปทิ้งต่างแดนจนต้องรับจ้างล้างจานแลกข้าวประทังชีวิต ก่อนฝ่าฟันอุปสรรคจนก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพเต็มตัวและเตรียมลุยศึกฟุตบอลโลกหนแรกในชีวิตอย่างภาคภูมิใจตามความฝันที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ยังเด็ก

จากเด็กโดนหลอกต้องล้างจานประทังชีวิตสู่บอลโลก! เส้นทางชีวิตสุดดราม่าของ ไซม่อน อาดินกร้า

นักฟุตบอลนับไม่ถ้วนกำลังจะได้ทำตามความฝันในวัยเด็กด้วยการลงเล่นในศึกฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์นี้ และสำหรับบางคน ความสำเร็จดังกล่าวยิ่งมีความหมายมากขึ้น เพราะพวกเขาต้องผ่านเส้นทางที่ยากลำบาก เต็มไปด้วยอุปสรรคกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้

หนึ่งในนั้นคือ ไซม่อน อาดินกร้า ปีกทีมชาติไอวอรีโคสต์ โดยเรื่องราวของเขาต้องบอกเลยว่ายากลำบากมาก และผ่านอุปสรรคหลายอย่าง ซึ่งถ้าหากจิตใจไม่แข็งแกร่งมีสิทธิ์ที่เส้นทางชีวิตจะเปลี่ยนไปได้เลย

แฟนบอลพรีเมียร์ลีกคุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี หลังใช้เวลา 3 ปีกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน และย้ายไปอยู่กับ ซันเดอร์แลนด์ ในปี 2025 โดยปัจจุบันเจ้าตัวมีอายุ 24 ปี และก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพที่สมบูรณ์แบบ

เริ่มต้นก็เจอกับฝันร้าย

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ความสำเร็จของอาดินกร้าเต็มไปด้วยความยากลำบาก และแทบจะเรียกได้ว่าเริ่มต้นด้วย "ฝันร้าย" อย่างแท้จริง

สมัยเด็ก ๆ อาดินกร้าเติบโตในกรุงอาบีจาน เมืองหลวงทางเศรษฐกิจของไอวอรีโคสต์ เขายกให้ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา เป็นไอดอล และต้องการเดินตามรอยตำนานกองหน้าขวัญใจคนทั้งชาติให้ได้

ด้วยเหตุนี้ อาดินกร้าจึงเชื่อคำพูดของชายคนหนึ่งที่เข้ามาติดต่อครอบครัว โดยอ้างว่าจะพาเขาและดาวรุ่งท้องถิ่นอีกหลายคนไปฝึกฝนกับอะคาเดมี่ฟุตบอลที่มีชื่อเสียงกว่าในประเทศเบนิน

  • พ่อของอาดินก้ารวบรวมเงินได้ 260 ปอนด์ (ราว 11,180 บาท) เพื่อส่งลูกชายออกเดินทางตามความฝัน แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าทั้งหมดเป็นการหลอกลวง

อาดินกร้าเล่าย้อนความหลังช่วงเวลาที่แสนรันทดว่า "ผู้ชายคนนั้นเป็นมิจฉาชีพ เขาแต่งเรื่องขึ้นมาทั้งหมดแล้วก็หนีไปพร้อมกับเงินของพวกเรา ไม่มีทั้งอะคาเดมี่และที่พักอย่างที่เขาอ้างไว้เลย พวกเราทั้ง 10 คนอยู่ที่เบนิน ตอนนั้นอายุแค่ 12 ปี และต้องเอาตัวรอดกันเองโดยไม่มีใครช่วยเหลือเลย"

"เราไม่มีเงินแม้แต่จะซื้ออาหารกิน ตอนนั้นมีอยู่สองทางเลือก คือกลับไอวอรีโคสต์ หรือรอดูว่าจะมีโอกาสอะไรเข้ามาหรือไม่ พวกเราตัดสินใจอยู่ด้วยกันทั้งหมด และรับจ้างทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อหาเงิน เราล้างจานตามร้านอาหาร เพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยและอาหารสำหรับประทังชีวิต"

รอดจากนรกเพราะชายใจบุญ

อาดินกร้าและเพื่อน ๆ ได้รับความช่วยเหลือในที่สุด เมื่อชายชาวไอวอรีโคสต์คนหนึ่งที่บังเอิญผ่านมาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของกลุ่มเด็กเหล่านี้ จึงตัดสินใจยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ จนทำให้ชีวิตของเจ้าตัวและเพื่อน ๆ เริ่มกลับมามีความหวังอีกครั้ง

ดาวเตะทีมชาติไอวอรีโคสต์กล่าวต่อไปว่า "พวกเรากำลังเดินอยู่บนถนน แล้วมีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเคยเรียนหนังสือที่ไอวอรีโคสต์ จำสำเนียงการพูดแบบชาวไอวอรีโคสต์ของพวกเราได้"

"เขาทำทุกอย่างเพื่อหาที่พักแห่งใหม่ให้พวกเรา และยังมีแนวคิดที่จะก่อตั้งอะคาเดมี่ฟุตบอลเล็ก ๆ สำหรับผมและเด็กอีก 9 คน เมื่อเวลาผ่านไป ก็มีนักเตะคนอื่น ๆ เข้ามาร่วมฝึกซ้อมกับศูนย์แห่งนี้มากขึ้น และมันก็พัฒนากลายเป็นอะคาเดมี่ฟุตบอลอย่างเต็มรูปแบบในประเทศเบนิน"

เข้าสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพของจริง

ชายใจบุญคนดังกล่าวยังพากลุ่มเด็ก ๆ ไปแข่งขันฟุตบอลรายการหนึ่งที่ประเทศกานา ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของอาดินกร้า เมื่อเขาได้รับการจับตามองจากอะคาเดมี่ชื่อดังอย่าง "ไรท์ ทู ดรีม" (Right to Dream)

ปีกชาวไอวอรีโคสต์เล่าว่า ชีวิตที่อะคาเดมี่แห่งใหม่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยในช่วงเช้าเขาจะใช้เวลาไปกับการเรียนหนังสือและสวดภาวนา ก่อนลงฝึกซ้อมฟุตบอลในช่วงบ่าย ท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยกว่าที่เคยสัมผัสมาอย่างมาก

ที่นั่น อาดินกร้ายังได้สร้างมิตรภาพกับ โมฮาเหม็ด คูดุส และ คามัลดีน ซูเลมาน่า ซึ่งต่อมาทั้งสามคนต่างมีเส้นทางอาชีพคล้ายคลึงกัน โดยย้ายไปค้าแข้งกับ เอฟซี นอร์เชลลันด์ ในเดนมาร์ก ก่อนก้าวขึ้นสู่เวทีพรีเมียร์ลีกในเวลาต่อมา

เส้นทางไม่เรียบง่ายแต่สุดท้ายก็ทำสำเร็จ

ผลงานการยิง 10 ประตูในลีกเดนมาร์กทำให้ ไบรท์ตัน ตัดสินใจคว้าตัวอาดินกร้าไปร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 6 ล้านปอนด์ (ราว 258 ล้านบาท)

หลังจากนั้นนักเตะถูกปล่อยยืมตัวไปอยู่กับ รอยัล อูนิยง แซงต์-ชิลลวส ในเบลเยียม และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการยิง 15 ประตู ก่อนกลับมาสร้างผลงานกับไบรท์ตันด้วยสถิติ 12 ประตูจากการลงสนาม 73 นัด

อย่างไรก็ตาม เส้นทางอาชีพของอาดินกร้าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป หลังย้ายไปอยู่กับซันเดอร์แลนด์ เขาต้องเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยถูกส่งลงสนามแบบไม่ต่อเนื่องและสลับเข้า ๆ ออก ๆ ทีมตลอดช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม การย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ อาแอส โรม่า ช่วยให้สถานการณ์ของอาดินกร้าดีขึ้นอย่างมาก จนทำให้เขากลับมาอยู่ในสายตาของทีมชาติไอวอรีโคสต์ และได้รับโอกาสติดธงรับใช้ชาติในที่สุด

สำหรับนักเตะทุกคนที่ได้ลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก ทัวร์นาเมนต์นี้ย่อมเป็นช่วงเวลาที่เหมือนความฝัน แต่สำหรับอาดินกร้า มันอาจมีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น เพราะเมื่อเขาก้าวลงสู่สนามฟุตบอลโลก ความทรงจำในวันที่ต้องล้างจานตามร้านอาหารในต่างแดนเพื่อแลกอาหารประทังชีวิต คงย้อนกลับมาเตือนให้ระลึกว่าเขาเดินทางมาไกลเพียงใด




ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport