พรีวิวฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มซี บราซิลของ คาร์โล อันเชลอตติ ถูกยกเป็นเต็งแชมป์กลุ่ม ขณะที่โมร็อกโกพร้อมท้าชน ส่วนสกอตแลนด์และเฮติต้องลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์
ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม ซี ประกอบด้วย บราซิล, โมร็อกโก, สกอตแลนด์ และ เฮติ โดยสายตาของแฟนบอลทั่วโลกต่างจับจ้องไปที่ทัพ "แซมบ้า" ซึ่งขนผู้เล่นระดับแถวหน้าของโลกมาร่วมทีมมากมาย ภายใต้การคุมทัพของ คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือมากประสบการณ์
อย่างไรก็ตาม โมร็อกโก ทีมสร้างประวัติศาสตร์ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 ก็ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งสำคัญในการแย่งตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม ขณะที่ สกอตแลนด์ และ เฮติ ต่างหวังสร้างผลงานเหนือความคาดหมายเพื่อโอกาสผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
ด้วยระบบการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ทำให้ทุกคะแนนในกลุ่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และอาจเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีผลการแข่งขันส่งผลต่อการเข้ารอบจนถึงนัดสุดท้าย
โปรแกรมการแข่งขันกลุ่ม ซี
นัดแรก
วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน
05.00 น. บราซิล พบ โมร็อกโก
08.00 น. เฮติ พบ สกอตแลนด์
นัดที่ 2
วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน
05.00 น. สกอตแลนด์ พบ โมร็อกโก
07.30 น. บราซิล พบ เฮติ
นัดสุดท้าย
วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน
05.00 น. สกอตแลนด์ พบ บราซิล
05.00 น. โมร็อกโก พบ เฮติ
บราซิล : เต็งหนึ่งของกลุ่มและ 1 ในตัวเต็งแชมป์โลก
อันดับฟีฟ่า : 6
โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม : เต็งหนึ่ง
แม้ผลงานในรอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้จะไม่โดดเด่นเหมือนในอดีต แต่ด้วยคุณภาพนักเตะที่อัดแน่นไปด้วยดาวดังระดับโลก ทำให้ บราซิล ยังคงถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์ฟุตบอลโลก 2026
ขุมกำลังชุดนี้นำโดย เนย์มาร์, วินิซิอุส จูเนียร์, ราฟินญ่า, อลิสซง เบ็คเกอร์, กาเบรียล มากัลเญส, มาร์กินโญส, ฟาบินโญ่ และ กาเซมีโร่ ภายใต้การคุมทีมของ คาร์โล อันเชลอตติ
อย่างไรก็ตาม ผลงานในรอบคัดเลือกถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของทีม ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องยกระดับฟอร์มการเล่นกลับมาให้ได้หากหวังคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6
กุนซือข้างสนาม
คาร์โล อันเชลอตติ
ยอดผู้จัดการทีมชาวอิตาลี วัย 66 ปี ถือเป็นโค้ชชาวต่างชาติคนแรกในประวัติศาสตร์ของบราซิลที่ได้คุมทีมลุยศึกฟุตบอลโลก ได้รับการยกย่องเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลระดับสโมสรคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก มากที่สุดในโลก (5 ครั้ง) และเป็นกุนซือคนแรกและคนเดียวที่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดครบทั้ง 5 ลีกใหญ่ยุโรป (อิตาลี, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สเปน)
นักเตะน่าจับตา
วินิซิอุส จูเนียร์
แนวรุกตัวเก่งจากเรอัล มาดริด ที่ถูกคาดหวังให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเกมรุกของทีมชาติ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำประตูในเวทีนานาชาติ
เฮติ : ม้ามืดที่หวังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่
อันดับฟีฟ่า : 83
โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม : ค่อนข้างน้อย
เฮติกลับมาสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปี หลังจากเคยเข้าร่วมการแข่งขันเพียงครั้งเดียวเมื่อปี 1974
แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาหลายด้านนอกสนาม รวมถึงไม่สามารถใช้สนามเหย้าในประเทศของตนเองได้ในช่วงรอบคัดเลือก แต่พวกเขายังสามารถฝ่าฟันอุปสรรคจนคว้าตั๋วสู่ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ
การพบกับสกอตแลนด์ในเกมแรกอาจเป็นโอกาสสำคัญที่สุดในการเก็บแต้ม ก่อนจะต้องเจองานหนักกับทั้งบราซิลและโมร็อกโก
กุนซือข้างสนาม
เซบาสเตียง มินเญ่
โค้ชชาวฝรั่งเศสเคยคุมทีมชาติคองโก, เคนยา และอิเควทอเรียลกินี โดยสร้างประวัติศาสตร์พาเคนยามีชื่อลุ้นรางวัลทีมชาติชายแห่งปีของ CAF เป็นครั้งแรกในปี 2018 ต่อมาทำงานเป็นผู้ช่วยของ ริโกแบร์ ซง ในทีมชาติแคเมอรูน ก่อนเข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติเฮติ ในเดือนมิถุนายน 2024 กระทั่งปลายปี 2025 มินเญ่นำเฮติคว้าตั๋วสู่ฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งเป็นการเข้ารอบสุดท้ายครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ชาติ แม้เจ้าตัวจะไม่เคยเดินทางไปยังเฮติเลยจากสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศ
นักเตะน่าจับตา
ดัคเคนส์ นาซง
กองหน้าตัวความหวังของทีม ผู้ถูกคาดหมายให้เป็นแหล่งผลิตประตูหลัก หากเฮติต้องการสร้างเซอร์ไพรส์ในรายการนี้
โมร็อกโก : เต็งรองที่พร้อมท้าทายบราซิล
อันดับฟีฟ่า : 8
โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม : ตัวเต็งเข้ารอบ
ผลงานในฟุตบอลโลก 2022 ที่ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศ ทำให้ โมร็อกโก กลายเป็นหนึ่งในทีมที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของทัวร์นาเมนต์
หลังจากสร้างประวัติศาสตร์ในกาตาร์ พวกเขายังคงรักษามาตรฐานเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเกมอุ่นเครื่องและการแข่งขันระดับทวีป พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วยนักเตะคุณภาพหลายราย
เกมเปิดสนามกับบราซิลจะเป็นบททดสอบสำคัญ และอาจส่งผลโดยตรงต่อการชิงตำแหน่งแชมป์กลุ่ม
กุนซือข้างสนาม
โมฮาเหม็ด วาห์บี
กุนซือชาวเบลเยียมเชื้อสายโมร็อกโก วัย 55 ปี ได้รับการแต่งตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2026 แทนที่ วาลิด เรกรากี ที่ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่ง โดยเขามีประสบการณ์คุมทีมเยาวชนและเป็นสตาฟโค้ชในสโมสรชื่อดังของยุโรป เช่น อันเดอร์เลชท์
นักเตะน่าจับตา
อัชราฟ ฮาคิมี่
ฟูลแบ็กกัปตันทีมที่มีบทบาททั้งเกมรุกและเกมรับ รวมถึง บราฮิม ดิอาซ เพลย์เมกเกอร์ฝีเท้าจัดที่พร้อมสร้างความแตกต่างในเกมใหญ่
สกอตแลนด์ : หวังลบอาถรรพ์รอบแบ่งกลุ่ม
อันดับฟีฟ่า : 43
โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม : ค่อนข้างน้อย
สกอตแลนด์กลับมาสู่ฟุตบอลโลกอีกครั้งเป็นหนแรกนับตั้งแต่ปี 1998 หลังทำผลงานยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือก และคว้าแชมป์กลุ่มเหนือทีมอย่างเดนมาร์ก, กรีซ และเบลารุส
ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา พวกเขาเคยเข้าร่วมฟุตบอลโลก 8 สมัย แต่ยังไม่เคยผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้เลย
โปรแกรมเปิดสนามกับเฮติจึงมีความสำคัญอย่างมาก ก่อนจะต้องดวลกับโมร็อกโกและบราซิลในสองนัดต่อมา
กุนซือข้างสนาม
สตีฟ คลาร์ก
อดีตกองหลังระดับตำนานของสโมสรเชลซี วัย 62 ปี คุมทีมชาติบ้านเกิดมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2019 ล่าสุดเพิ่งได้รับการขยายสัญญาคุมทีมยาวไปจนถึงฟุตบอลโลก 2030 โดยก่อนหน้านั้นยังเคยพาสกอตแลนด์ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายยูโร ทั้งในปี 2020 และ 2024
นักเตะน่าจับตา
สกอตต์ แม็คโทมิเนย์
กองกลางคนสำคัญที่ยกระดับผลงานของตัวเองขึ้นอย่างมากหลังย้ายไปค้าแข้งกับนาโปลี และเป็นหัวใจสำคัญของทีมชาติสกอตแลนด์ในปัจจุบัน
วิเคราะห์กลุ่ม ซี
เมื่อพิจารณาจากคุณภาพนักเตะ ประสบการณ์ และความลึกของขุมกำลัง บราซิล ยังคงเหนือกว่าคู่แข่งทุกทีมในกลุ่ม และถูกมองว่าเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในการคว้าแชมป์กลุ่ม
ด้าน โมร็อกโก มีศักยภาพมากพอที่จะสร้างความลำบากให้บราซิล และมีโอกาสสูงในการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์เช่นกัน
ส่วน สกอตแลนด์ และ เฮติ อาจเป็นรองในแง่ชื่อชั้น แต่ยังคงมีโอกาสลุ้นพื้นที่อันดับ 3 ที่ดีที่สุด หากสามารถเก็บแต้มสำคัญจากคู่แข่งร่วมกลุ่มได้
ด้วยเหตุนี้ กลุ่ม ซี จึงมีแนวโน้มที่การแย่งชิงตั๋วเข้ารอบจะเข้มข้นจนถึงเกมสุดท้าย แม้บราซิลจะถูกยกให้เป็นทีมเต็งอย่างชัดเจนก็ตาม