พรีวิวฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มบี สวิตเซอร์แลนด์ถูกยกเป็นเต็งจ่าฝูง ขณะที่แคนาดาหวังใช้ความได้เปรียบในบ้านเข้ารอบ ส่วนบอสเนียฯ และกาตาร์พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์
ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มบี ซึ่งประกอบด้วย แคนาดา, บอสเนียฯ, กาตาร์ และ สวิตเซอร์แลนด์ โดยหลายฝ่ายมองว่านี่อาจเป็นหนึ่งในกลุ่มที่สูสีที่สุดของทัวร์นาเมนต์ แม้สวิตเซอร์แลนด์จะถูกยกให้เป็นตัวเต็ง แต่ทั้งแคนาดา, บอสเนียฯ และกาตาร์ ต่างมีศักยภาพมากพอที่จะลุ้นสร้างความประหลาดใจได้เช่นกัน
ด้วยรูปแบบใหม่ของฟุตบอลโลกที่เปิดโอกาสให้ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ทำให้ทุกคะแนนในกลุ่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และอาจเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้าย
โปรแกรมการแข่งขันกลุ่ม บี
นัดแรก
นัดที่ 2
นัดสุดท้าย
---------------------------------
แคนาดา : เจ้าภาพร่วมที่หวังไปไกลกว่ารอบแบ่งกลุ่ม
การเป็นเจ้าภาพร่วมถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของแคนาดา โดยโปรแกรมการแข่งขันค่อนข้างเอื้อให้พวกเขาได้เจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างสวิตเซอร์แลนด์ในนัดสุดท้าย ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์การเข้ารอบชัดเจนขึ้นก่อนเกมดังกล่าว
ทีมของแคนาดามีแกนหลักที่แข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง นำโดย โจนาธาน เดวิด ดาวยิงตัวเก่งในแนวรุก, สตีเฟน เอสตากีโอ ที่คุมจังหวะแดนกลาง และ มอยส์ บอมบิโต ในแนวรับ ขณะที่ อัลฟอนโซ่ เดวิส ยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญ แม้อาการบาดเจ็บจะทำให้พลาดเกมแรกของรอบแบ่งกลุ่ม
กุนซือข้างสนาม : เจสซี่ มาร์ช
อดีตนักเตะและกุนซือชาวอเมริกัน เข้ารับงานคุมทีมชาติแคนาดาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 โดยเคยผ่านการคุม ลีดส์ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว
นักเตะน่าจับตา : โจนาธาน เดวิด
กองหน้าตัวความหวังของทีม ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะเป็นกำลังหลักในการผลิตประตูและพาแคนาดาลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์
บอสเนียฯ : ม้ามืดที่พร้อมสร้างปัญหาให้ทุกทีม
บอสเนียฯ ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยผลงานน่าประทับใจ โดยเฉพาะการเอาชนะอิตาลีในรอบคัดเลือกจนคว้าตั๋วสู่รอบสุดท้ายได้สำเร็จ
รูปแบบการเล่นของพวกเขาเน้นเกมรับที่รัดกุมในระบบ 4-4-2 และอาศัยเกมสวนกลับเป็นอาวุธสำคัญ โดยมี เซอัด โคลาชินัช, อามาร์ เดดิช, อีวาน ชุนยิช และ เบนยามิน ตาฮิโรวิช เป็นแกนหลักในการประสานงาน ก่อนส่งบอลไปถึงแนวรุกอันตรายของทีม
กุนซือข้างสนาม : เซอร์เก บาร์บาเรซ
อดีตกัปตันทีมชาติและตำนานกองหน้าของบอสเนียฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อปี 2024 แม้จะไม่มีประสบการณ์คุมทีมระดับสูงมาก่อน แต่ได้รับความเชื่อมั่นจากแฟนบอลทั่วประเทศ
นักเตะน่าจับตา : เอดิน เชโก้
แม้อายุแตะ 40 ปีแล้ว แต่ยังคงรักษามาตรฐานการทำประตูได้อย่างยอดเยี่ยม และยังเป็นหัวใจสำคัญในเกมรุกของทีม
สวิตเซอร์แลนด์ : เต็งหนึ่งของกลุ่มจากคุณภาพที่เหนือกว่า
สวิตเซอร์แลนด์เข้าสู่ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยสถานะทีมที่มีความสม่ำเสมอสูงในเวทีระดับนานาชาติ พวกเขาผ่านรอบคัดเลือกในฐานะแชมป์กลุ่ม และมีประวัติผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาอย่างต่อเนื่อง
ขุมกำลังส่วนใหญ่ค้าแข้งอยู่ในลีกชั้นนำของยุโรป นำโดย กรานิต ชาก้า ในแดนกลาง, มานูเอล อาคันจี ในแนวรับ, เกรกอร์ โคเบล ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง และ ดาน เอ็นดอย ในเกมรุก
กุนซือข้างสนาม : มูรัต ยาคิน
อดีตกองหลังทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่คุมทีมมาตั้งแต่ปี 2021 และพาทีมผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้ทั้งฟุตบอลโลก 2022 และยูโร 2024
นักเตะน่าจับตา : บรีล เอ็มโบโล่
กองหน้าตัวเก่งที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา และถูกคาดหวังให้เป็นตัวจบสกอร์หลักของทัพ "นาฬิกา"
กาตาร์ : แชมป์เอเชียที่หวังสร้างประวัติศาสตร์
อันดับฟีฟ่า : 51
โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม : ค่อนข้างน้อย
หลังจากได้เล่นฟุตบอลโลก 2022 ในฐานะเจ้าภาพ กาตาร์พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาสามารถแข่งขันในระดับสูงได้ และยังมาพร้อมสถานะแชมป์เอเชียทีมล่าสุด
ทีมชุดนี้เน้นการตั้งรับลึกและรอสวนกลับ โดยฝากความหวังในเกมรุกไว้กับ อัคราม อาฟิฟ เพลย์เมกเกอร์คนสำคัญ รวมถึง อัลโมเอซ อาลี ดาวยิงตัวเก่งของทีม
กุนซือข้างสนาม : จูเลน โลเปเตกี
กุนซือชาวสเปนผู้มากประสบการณ์ ซึ่งเคยคุมทั้งทีมชาติสเปน, เรอัล มาดริด, เซบีย่า, วูล์ฟแฮมป์ตัน และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก่อนเข้ารับตำแหน่งคุมทีมชาติกาตาร์ในปี 2025
นักเตะน่าจับตา : โมฮาเหม็ด อัล-มันไน
กองกลางตัวรับผู้มีบทบาทสำคัญในการตัดเกมคู่แข่ง และเป็นจุดเริ่มต้นของจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกของกาตาร์
วิเคราะห์กลุ่ม บี
หากพิจารณาจากคุณภาพนักเตะและประสบการณ์ในเวทีใหญ่ สวิตเซอร์แลนด์ ยังดูเหนือกว่าทุกทีมในกลุ่มและมีโอกาสสูงที่สุดในการคว้าแชมป์กลุ่ม
อย่างไรก็ตาม แคนาดา มีศักยภาพเพียงพอที่จะเบียดแย่งตำแหน่งจ่าฝูง โดยเฉพาะเมื่อได้ลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง ขณะที่ บอสเนียฯ กับ กาตาร์ ต่างเป็นทีมที่พร้อมสร้างปัญหาให้คู่แข่ง และยังมีโอกาสลุ้นผ่านเข้ารอบในฐานะอันดับ 3 ที่ดีที่สุดเช่นกัน
กลุ่ม บี จึงอาจเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ผลการแข่งขันทุกนัดส่งผลต่อการเข้ารอบ และต้องตัดสินกันจนถึงเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2026