ผลจับสลากวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2027 ไทยงานหนักชนสหรัฐฯ - รัสเซียคัมแบ็ก

ผลจับสลากวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2027 ไทยงานหนักชนสหรัฐฯ - รัสเซียคัมแบ็ก
ผลจับสลากแบ่งกลุ่มศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2027 ออกมาแล้ว! “ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย” ดีกรีแชมป์เอเชีย ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม D ร่วมกับ สหรัฐอเมริกา (เจ้าภาพ), เม็กซิโก และกรีซ ขณะที่ รัสเซีย ได้สิทธิ์คืนสังเวียนหลัง FIVB ประกาศปลดแบนอย่างเป็นทางการ โดยรายการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นเวทีชิงตั๋ว 3 ใบสู่โอลิมปิกเกมส์ 2028

เมื่อช่วงดึกของวันจันทร์ที่ 26 ต.ค.69 ที่ผ่านมา สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ได้จัดพิธีจับสลากแบ่งกลุ่ม การแข่งขันศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2027 (FIVB Women's Volleyball World Cup 2027) ซึ่งมีกำหนดชิงชัยระหว่างวันที่ 20 ส.ค. - 7 ก.ย.70 โดยมี สหรัฐอเมริกา และ แคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ   

การแข่งขันในครั้งนี้มี 32 ทีมแกร่งเข้าร่วมแข่งขันโดยถูกแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ซึ่งจะคัดเอาทีมอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่ม ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย นอกจากนี้ ทีมชาติรัสเซีย ได้สิทธิ์กลับมาลงแข่งขันในรายการระดับนานาชาติอีกครั้ง หลัง FIVB มีมติปลดแบนและคืนคะแนนสะสมอันดับโลกให้ จากที่เคยถูกสั่งแบนจากประเด็นความขัดแย้งในยูเครนยาวนานถึง 4 ปี

สำหรับผลการจับสลากในรอบแบ่งกลุ่ม ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ดีกรีแชมป์เอเชีย ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม D ร่วมกับ สหรัฐอเมริกา (เจ้าภาพ), เม็กซิโก และ กรีซ 

สรุปผลการจับสลากแบ่งกลุ่มศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2027 ทุกกลุ่ม มีดังนี้

กลุ่ม A : อิตาลี (แชมป์เก่า 2 สมัย), เบลเยียม, โคลอมเบีย, เปอร์โตริโก

กลุ่ม B : บราซิล, เคนยา, เช็กเกีย, เกาหลีใต้

กลุ่ม C : ตุรกี, สาธารณรัฐโดมินิกัน, ฝรั่งเศส, อียิปต์

กลุ่ม D : สหรัฐอเมริกา (เจ้าภาพ), ไทย, เม็กซิโก, กรีซ

กลุ่ม E : โปแลนด์, เยอรมนี, สโลวีเนีย, คิวบา

กลุ่ม F : ญี่ปุ่น, รัสเซีย, อาร์เจนตินา, บัลแกเรีย

กลุ่ม G : แคนาดา (เจ้าภาพร่วม), เซอร์เบีย, ยูเครน, แคเมอรูน

กลุ่ม H : จีน, เนเธอร์แลนด์, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์  

ทั้งนี้ การแข่งขันศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2027 ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเวทีชิงชัยเพื่อนำ 3 ทีมที่ดีที่สุด (ที่ยังไม่ได้สิทธิ์) ในการผ่านเข้าสู่มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ณ นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา





ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport