"เอเลน่า รีบาคิน่า" จากเดินเจ็บเท้ามุ่งสู่บัลลังก์แชมป์ ยูเอส โอเพ่น และมือ 1 โลกคนใหม่

 "เอเลน่า รีบาคิน่า" จากเดินเจ็บเท้ามุ่งสู่บัลลังก์แชมป์ ยูเอส โอเพ่น และมือ 1 โลกคนใหม่
จากสภาพร่างกายที่แทบเดินไม่ได้ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ เอเลน่า รีบาคิน่า หักปากกาเซียนด้วยหัวใจเหล็ก ฝ่าอาการบาดเจ็บคว้าแชมป์แกรนด์สแลมที่ 3 ในชีวิต พร้อมยึดบัลลังก์มือ 1 ของโลกอย่างยิ่งใหญ่

เอเลน่า รีบาคิน่า นักเทนนิสสาวชาวคาซัคถาน เดินทางมาถึงฟลัชชิ่ง เมโดว์ ในนิวยอร์ก ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย เธอแทบไม่สามารถเดินได้โดยปราศจากความเจ็บปวดหลังจากได้รับบาดเจ็บบริเวณเท้า ทว่าเธอกลับอำลาเมืองนี้ในฐานะแชมป์หญิงเดี่ยว ยูเอส โอเพ่น คนล่าสุด และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมือ 1 ของโลกคนใหม่อย่างยิ่งใหญ่

รีบาคิน่า ในวัย 27 ปี จากคาซัคสถาน โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะ อารีน่า ซาบาเลนก้า  แชมป์เก่า 2 สมัย ไปด้วยสกอร์ 6-4, 5-7, 6-2 ในรอบชิงชนะเลิศ ย้อนรอยความสำเร็จจากรายการ ออสเตรเลียน โอเพ่น  เมื่อช่วงต้นปีที่เธอเคยเอาชนะคู่ปรับรายนี้มาได้เช่นกัน  ขณะกอดถ้วยแชมป์รีบาคิน่า เปิดเผยว่า 

"มีเวทมนตร์บางอย่างเกิดขึ้น" สำหรับเธอ หลังจากต้องเผชิญกับช่วงเวลาเตรียมตัวก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ที่ยากลำบากอย่างยิ่งอาการเจ็บเท้าของเธอเริ่มกำเริบระหว่างการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศที่ซินซินเนติเมื่อเดือนที่แล้ว นัดที่ดวลกับ อีก้า ซิอนเท็ก ซึ่งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์เศษก่อนที่ศึกแกรนด์สแลมสุดท้ายของปีจะเริ่มต้นขึ้น"

แม้การฝืนลงเล่นทั้งที่ยังบาดเจ็บอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อช่วงที่เหลือของฤดูกาล แต่ รีบาคิน่า ซึ่งรู้ดีว่าตำแหน่งมือหนึ่งของโลกอยู่แค่เอื้อม ก็ตัดสินใจเสี่ยงเพื่อลงแข่งขันรายการนี้"ฉันรู้สึกแย่มาก ไม่รู้เลยว่าในแต่ละวันจะเป็นอย่างไรต่อไป" 

"พวกเรามาถึงนิวยอร์กและทำการสแกน MRI ผลออกมาดูไม่ค่อยดีเท่าไร สองสามวันหลังจากนั้น ฉันไม่สามารถเดินได้เลยถ้าไม่มีอาการเจ็บ แต่ฉันโชคดีมากที่มีคุณหมอเก่งๆ ในออสเตรเลีย คอยสายคุยกับพวกเราตลอดเวลา จนในที่สุดทีมงานก็นำเสนอแผนการฟื้นฟูที่ได้ผล"

รีบาคิน่า ไม่ได้ลงซ้อมบนสนามเลยตลอดสัปดาห์ก่อนแข่ง โดยเน้นการเข้ายิมฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงออกไปรับประทานอาหารและดูหนังเพื่อ "ผ่อนคลายสมอง" ซึ่งกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เธอพร้อมสำหรับการคว้าแชมป์เมเจอร์อีกครั้งเธอเก็บชัยชนะ 4 นัดแรกที่ ฟลัชชิง เมโดวส์ ได้แบบไม่เสียเซต รวมถึงการเอาชนะ นาโอมิ โอซากะ เจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 4 สมัย ก่อนจะลุยต่อด้วยการปราบ เจิ้ง ชินเหวิน จาก เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2024 ในรอบ 8 คนสุดท้าย, พลิกกลับมาเอาชนะเจ้าถิ่นอย่าง โคโค่ กอฟฟ์  ในรอบรองชนะเลิศ และไล่ต้อนมือ 1 ของโลกอย่าง อรีน่า ซาบาเลนก้าในรอบชิงชนะเลิศลงได้สำเร็จ 

การผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศทำให้รีบาคิน่า มีคะแนนการันตีการขึ้นเป็นมือ 1 โลกอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ในวันจันทร์นี้ และการที่คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศคือ อารีน่า ซาบาเลนก้า นักเทนนิสที่เธอจะก้าวขึ้นไปแทนที่ในอันดับโลก ยิ่งทำให้แมตช์นี้เต็มไปด้วยความเข้มข้น

รีบาคิน่า เก็บเซตแรกได้สำเร็จแม้ว่าลูกเสิร์ฟแรกที่เป็นจุดขายของเธอ จะเข้าเพียง 27% แต่ยังคงเก็บได้ถึง 22 จาก 30 คะแนนจากเกมเสิร์ฟของตัวเอง ด้านซาบาเลนก้า พยายามฮึดสู้จนเบรกเกมเสิร์ฟได้ในเกมที่ 12 ของเซตที่สองเพื่อยื้อแมตช์ไปสู่เซตตัดสิน แต่ทว่า รีบาคิน่า กลับมาคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดในเซตตัดสิน 

ขณะที่ซาบาเลนก้าเริ่มแสดงอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด รีบาคิน่า กลับยังคงสงบนิ่งได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แอนนาเบล ครอฟต์ อดีตนักเททนิสมือ 1 ของอังกฤษ ให้ความเห็นผ่าน BBC  ว่า "เธอดำเนินเกมอย่างเงียบเชียบ ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาทั้งสิ้น รีบาคิน่า เหมือนเครื่องจักรในสนามที่คุณไม่มีทางรู้เลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในหัวของเธอ"

แม้จะมีอาการตื่นเต้นเล็กน้อยด้วยการเสิร์ฟเสียสองครั้ง  ขณะเสิร์ฟเพื่อปิดแมตช์ แต่ที่สกอร์ 40-30 เธอก็ปิดเกมอย่างเยือกเย็นด้วยลูกเอซครั้งที่ 12 คว้าแชมป์แกรนด์สแลมที่ 3 ในชีวิตมาครองได้สำเร็จ

"ก้าวต่อไปสู่การเป็นตำนาน"

ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ รีบาคิน่า จะกลายเป็นนักเทนนิสหญิงคนที่ 30 ในประวัติศาสตร์ที่ขึ้นสู่มือ 1 ของโลก ยุติการครองบัลลังก์ต่อเนื่อง 99 สัปดาห์ของ อารีน่า ซาบาเลนก้า

ปัจจุบัน รีบาคิน่า คว้าแชมป์แกรนด์สแลมไปแล้ว 3 รายการ ได้แก่วิมเบิลดัน 2022 , ออสเตรเลียน โอเพ่น 2026 และ ยูเอส โอเพ่น 2026) เหลือเพียงรายการ เฟรนช์ โอเพ่น เท่านั้นที่จะทำให้เธอทำสถิติ Career Grand Slam ได้สำเร็จ

ลอร่า ร็อบสัน อดีตนักเทนนิสชื่อดัง กล่าวผ่าน Sky Sports สื่อของอังกฤษ ว่า "เธอเป็นนักเทนนิสที่เล่นได้ดีทุกสภาพสนาม แม้คอร์ตดินจะเป็นจุดที่ยากที่สุดสำหรับเธอ แต่เมื่อไหร่ที่เธอได้เล่นบนสนามที่บอลเด้งเร็ว เธอแทบจะไร้พ่าย ฉันเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าเธอจะคว้าแชมป์สแลมได้อีกหลายรายการแน่นอน"






ที่มาของภาพ : Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport