เช้าวันจันทร์นี้ เตรียมที่จะปิดฉากฤดูกาลนี้ของศึกคนชนคน อเมริกัน ฟุตบอล NFL ณ ลีวายส์ สเตเดี้ยม, แคลิฟอร์เนีย
สองยักษ์ใหญ่ นิว อิงแลนด์ แพทเทรียตส์ และ ซีแอตเทิ่ล ซีฮอว์คส์ โคจรมาพบกันเพื่อตัดสินหาแชมป์ในศึก ซูเปอร์ โบวล์ LX (หนที่ 60) โดยครั้งนี้มีเดิมพันสูงลิ่วสำหรับ แพทเทรียตส์ ที่หวังคว้าแชมป์สมัยที่ 7 เพื่อแซงหน้าสถิติสูงสุดของ พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส
ขณะที่ ซีฮอว์คส์ มาพร้อมความหวังครั้งใหม่ที่มี เอเดน เดอร์ด โค้ชที่อาจสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาวอังกฤษที่พาทีมชูถ้วยใบนี้
แพทเทรียตส์ กับภารกิจจารึกประวัติศาสตร์บทใหม่
นับเป็นการกลับมาสู่รอบชิงชนะเลิศครั้งแรกตั้งแต่ปี 2019 ของ นิว อิงแลนด์ แพทเทรียตส์ และเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่ไม่มี ทอม เบรดี้ และ บิลล์ เบลิชิค อยู่ในทีม
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การนำของ ไมค์ วราเบล อดีตผู้เล่นระดับตำนานที่ผันตัวมาเป็นเฮดโค้ช เขาสามารถพาทีมพลิกนรกจากสถิติ 4-13 เมื่อปีก่อนมาเป็น 14-3 ในฤดูกาลนี้
ซึ่งถือเป็นการพลิกขั้ว (Turnaround) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยหากชนะเกมนี้ วราเบล จะกลายเป็นคนแรกที่คว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ทั้งในฐานะผู้เล่นและโค้ชกับทีมเดียวกัน
สงครามจอมทัพ
เดรค เมย์ (แพทเทรียตส์) : ควอเตอร์แบ็กปี 2 วัย 23 ปี ผู้มีสิทธิ์ลุ้นรางวัล MVP ในฤดูกาลนี้ และเขาจะกลายเป็นควอเตอร์แบ็กที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ที่ได้สตาร์ท ซูเปอร์โบวล์ (รองจาก แดน มาริโน่)
แซม ดาร์โนลด์ (ซีฮอว์คส์): จอมทัพวัย 28 ปีที่มีเส้นทางที่เหมือนไถ่ถอนคืนหลังพเนจรไปหลายทีม ก่อนจะมาลงล็อกที่นี่ และสร้างสถิติเป็นควอเตอร์แบ็กคนที่ 2 ต่อจาก เบรดี้ ที่พาทีมชนะ 14 เกมติดต่อกันสองฤดูกาล(กับคนละทีม)
แม้ แพทเทรียตส์ จะมีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ แต่ผู้เชี่ยวชาญต่างยกให้ ซีฮอว์คส์ เหนือกว่าด้วยเกมบุกที่ดุดันจากการประสานงานของ ดาร์โนลด์ และ แจ๊กซั่น สมิธ-เอ็นจิกบา บวกกับเกมรับที่แข็งแกร่งที่สุดในลีก (เสียแต้มเฉลี่ยเพียง 17.2 แต้มต่อเกม) ซึ่งถูกขนานนามว่า "Dark Side" ที่หมายถึงการประกาศศักดาของเกมรับยุคใหม่ของ ซีฮอว์คส์ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับช่วงต่อความยิ่งใหญ่จากตำนาน "Legion of Boom" (LOB) ในช่วงทศวรรษก่อน
Half Time Show ประวัติศาสตร์และการเมือง
ช่วงฮาล์ฟไทม์ปีนี้จะถูกจารึกชื่อของ แบด บันนี่ ซูเปอร์สตาร์ชาวเปอร์โตริโก ในฐานะศิลปินละตินชายเดี่ยวคนแรกที่ขึ้นแสดงหลัก และคาดว่าจะโชว์เป็นภาษาโปรตุเกส/สเปนทั้งหมด ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ตึงเครียด หลังวงกรีน เดย์ (โชว์ก่อนเริ่มเกม) ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายคนเข้าเมืองของรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งตัวประธานาธิบดีเองได้ประกาศชัดเจนว่าจะไม่มาร่วมชมเกมที่ ซานฟรานซิสโก โดยอ้างว่าไกลเกินไป และไม่เห็นด้วยกับศิลปินที่ได้รับเลือก