แซม รูธ นักวิ่งวัย 16 ปีจากนิวซีแลนด์ สร้างประวัติศาสตร์ ทุบสถิติโลกรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี วิ่ง 1 ไมล์ในร่ม พร้อมล้มสถิติชาติที่ยืนยาวกว่า 40 ปี
แซม รูธ นักวิ่งดาวรุ่งจากประเทศนิวซีแลนด์ สร้างประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่งรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี ระยะ 1 ไมล์ หรือประมาณ 1,600 เมตร ซึ่งเป็นการทำลายสถิติโลกที่ยืนยาวมากกว่า 40 ปีได้สำเร็จ
นักวิ่งหนุ่ม วัย 16 ปี กำลังถูกจับตามองในฐานะดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการกรีฑาประเภทวิ่งระยะกลางและระยะไกล โดยในวัยเพียงเท่านี้เขาถูกมองว่ามีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักกรีฑาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
รูธ ครองสถิติระดับประเทศหลายรายการในหลากหลายช่วงอายุ รวมถึงสถิตินิวซีแลนด์รุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ในการแข่งขันวิ่ง 800 เมตร ด้วยเวลา 1 นาที 45.86 วินาที ซึ่งทำไว้เมื่อต้นปีนี้
ในปี 2025 รูธ ทำลายสถิตินิวซีแลนด์รุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี ในรายการวิ่ง 1,500 เมตร ด้วยเวลา 3 นาที 38.62 วินาที และยังทำสถิติในรุ่นเดียวกันในระยะ 3,000 เมตร หลังเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 7 นาที 56.18 วินาที นอกจากนี้ยังครองสถิตินิวซีแลนด์รุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ในรายการวิ่ง 5,000 เมตร ด้วยเวลา 13 นาที 40.48 วินาที อีกด้วย
ล่าสุด รูธ เพิ่มอีกหนึ่งสถิติให้กับตัวเอง หลังสร้างสถิติโลกรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี ในการแข่งขันวิ่งระยะ 1 ไมล์ หรือประมาณ 1,600 เมตร โดยทำเวลาได้ 3 นาที 48.88 วินาที ในการแข่งขันกรีฑาในร่ม รายการ จอห์น โธมัส เทอร์เรียร์ คลาสซิค John Thomas Terrier Classic ที่จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยบอสตัน
ที่สำคัญผลงานดังกล่าว ไม่เพียงแค่ทำลายสถิติโลกรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี เท่านั้น แต่ยังทุบสถิติระดับชาติของนักวิ่งชายนิวซีแลนด์ ซึ่ง เซอร์ จอห์น วอล์คเกอร์ เคยทำไว้เมื่อปี 1982 ด้วยเวลา 3 นาที 49.08 วินาที และยืนยาวมานานกว่า 40 ปีอีกด้วย
รูธ ซึ่งลงแข่งวิ่งในร่มครั้งแรกเนื่องจากประเทศนิวซีแลนด์ไม่มีสนามลักษณะนี้ เปิดใจว่า "ตอนที่ผมลงแข่งรายการนี้ ผมคาดหวังขอให้วิ่งได้ประมาณซับ 3.55 (ต่ำกว่า 3 นาที 55 วินาที) ผมไม่ได้ความดหวังจะทำสถิติส่วนตัวอะไรเลย"
"ผมเดินทางมาถึงที่นี่เมื่อ 3 วันก่อนจาก นิวซีแลนด์ ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 50 ชั่วโมง ขาของผมรู้สึกหนักนิดหน่อยก่อนแข่งรายการนี้ ผมคิดว่าผมสามารถวิ่งได้เร็วกว่าเดิม แต่ผมคิดว่ายังสามารถวิ่งได้เร็วกว่านี้อีก แต่ผมก็แฮปปี้มากกับผลงานที่ทำได้"
"การได้มาที่นี่แล้วทำเวลาได้เร็วขนาดนี้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ แบบนี้ มันยิ่งทำให้ผมหลงรักสนามในร่มเข้าไปอีก ผมอยากกลับมาแข่งที่นี่ให้ได้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้" นักวิ่งดาวรุ่งจากแดนกีวี ซึ่งเชื่อว่าน่าจะทำเวลาได้ดีกว่านี้ หากไม่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางที่ใช้เวลายาวนานราว 50 ชั่วโมง ระบุ