อภิสิทธิ์ นำคณะประชาธิปัตย์ ถกโอลิมปิคไทย ชี้กีฬาต้องเชื่อมศึกษา-เศรษฐกิจ ไม่แยกส่วน

อภิสิทธิ์ นำคณะประชาธิปัตย์ ถกโอลิมปิคไทย ชี้กีฬาต้องเชื่อมศึกษา-เศรษฐกิจ ไม่แยกส่วน
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นำคณะประชาธิปัตย์หารือ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานโอลิมปิคไทย รับฟังปัญหากีฬาไทย ชูแนวคิดกีฬาต้องเชื่อมการศึกษา ท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้แทนพรรค เข้าหารือด้านนโยบายกีฬา กับ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคของวงการกีฬาไทย เพื่อนำไปประกอบการจัดทำนโยบายพัฒนากีฬาในอนาคต

การหารือมีขึ้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ณ ที่ทำการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ โดยมี นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะกรรมการบริหารโอลิมปิคไทย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างพร้อมเพรียง

ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ เปิดเผยว่า ยินดีที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อมูลจากภาคกีฬา โดยปัญหาหลักของวงการกีฬาไทยคือเรื่องงบประมาณและโครงสร้างการบริหาร กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ซึ่งมีงบประมาณราว 4,000 ล้านบาท แต่ไม่เพียงพอ เนื่องจากจำนวนสมาคมกีฬาเพิ่มจากประมาณ 60 เป็นกว่า 90 สมาคม ส่งผลให้แต่ละสมาคมได้รับงบลดลง ขณะที่ต้นทุนการแข่งขันทั้งค่าเดินทางและที่พักเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ งบประมาณบางส่วนยังถูกนำไปใช้กับกิจกรรมที่ไม่ตอบโจทย์การพัฒนากีฬาสู่ความเป็นเลิศโดยตรง ทำให้การสนับสนุนนักกีฬาและสมาคมกีฬาไม่เกิดผลอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีปัญหางานค้างจ่าย ทั้งต่อนักกีฬาและสมาคมกีฬา จากโครงสร้างกองทุนที่ต้องผ่านหลายขั้นตอน ทำให้เกิดความล่าช้าและคลาดเคลื่อนจากวัตถุประสงค์เดิม

ด้าน นาวาอากาศตรี ศิธา ทิวารี ที่ปรึกษาคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ระบุว่า โครงสร้างการบริหารด้านการกีฬาและกองทุนฯ ในปัจจุบัน ทำให้การเบิกจ่ายยุ่งยากและไม่คล่องตัว ต่างจากหลายประเทศที่ใช้กีฬาเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและสร้างรายได้เข้าประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนนักกีฬาอย่างเป็นระบบ ขณะที่นักกีฬาไทยจำนวนมากต้องใช้ทุนส่วนตัวสูง ทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย แม้จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้ประเทศได้อย่างมากก็ตาม

ระหว่างการหารือ นายอภิสิทธิ์ ได้สอบถามถึงแนวคิดการแยกกระทรวงด้านกีฬา ซึ่งคณะผู้บริหารโอลิมปิคไทยเห็นตรงกันว่าไม่ควรแยก เพราะงานกีฬาควรมีโครงสร้างขนาดเล็ก กระชับ และลดขั้นตอนการทำงาน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนากีฬาไทย โดยมองว่าปัญหาหลักอยู่ที่โครงสร้างและธรรมาภิบาล พร้อมชี้ว่ากีฬาไม่ควรถูกมองแยกส่วน แต่ต้องเชื่อมโยงกับ การศึกษา บันเทิง การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าและรายได้หมุนเวียนกลับมาพัฒนาวงการกีฬาได้

สำหรับแนวทางนโยบายด้านกีฬาของพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย การปรับโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้คล่องตัว, นโยบายบุฟเฟ่ต์การศึกษา, การสนับสนุนวิทยาศาสตร์การกีฬา และการสร้างฮีโร่-ทายาทแชมป์จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อยกระดับกีฬาไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ขณะที่ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ กล่าวขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้ามารับฟังปัญหาของวงการกีฬาไทย และหวังว่าข้อมูลที่ได้รับจะถูกนำไปต่อยอดเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรม พร้อมสนับสนุนให้ทุกพรรคการเมืองมีนโยบายด้านกีฬา เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนากีฬาไทยในอนาคต




ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport