ย้อนรอยกำเนิดอาเซียนพาราเกมส์ 25 ปี บนเส้นทางพลังคนพิการอาเซียน

ย้อนรอยกำเนิดอาเซียนพาราเกมส์ 25 ปี บนเส้นทางพลังคนพิการอาเซียน
ย้อนรอยความเป็นมาอาเซียนพาราเกมส์ จากยุคเฟสปิกเกมส์สู่ทัวร์นาเมนต์คนพิการอาเซียน หลังไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพปี 2569 ที่นครราชสีมา ผ่านมุมมอง พลเอกพิศาล วัฒนวงษ์คีรี ผู้บุกเบิกวงการพาราไทยและอาเซียน

สำหรับแฟนๆ วงการกีฬาแล้ว คงทราบกันดีว่า เมื่อเสร็จสิ้นมหกรรมการแข่งขันกีฬาระดับซีเกมส์, เอเชียนเกมส์ หรือ โอลิมปิกเกมส์ ในทุกๆ ครั้ง ช่วงเวลาหลังจากนั้นไม่กี่อึดใจก็จะถึงคราวของมหกรรมกีฬาสำหรับผู้พิการกันบ้าง เฉกเช่นกับมหกรรมกีฬาใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้คือ "อาเซียนพาราเกมส์ 2025" ระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ซึ่งความพิเศษของปีนี้ก็คือการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพนั่นเอง ณ จังหวัดนครราชสีมา

ในพาร์ทของกีฬาซีเกมส์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้นคงไม่ต้องพูดอะไรมากเกี่ยวกับกระแสที่โด่งดังเป็นที่ถูกพูดถึงกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ในพาร์ทของกีฬาคนพิการคงต้องยอมรับว่าประชาชนอาจจะมีความรู้จักน้อยกว่า หรือว่ายังเป็นกระแสไม่ได้เท่าคนปกติ ดังนั้นเราลองไปพูดคุยถึงความเป็นมาว่า "กว่าจะมาเป็นอาเซียนพาราเกมส์" ที่ยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้มันมีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไรจากการถ่ายทอดของบุคคลระดับตำนานอย่าง "พลเอกพิศาล วัฒนวงษ์คีรี" อดีตนายทหารระดับสูงของประเทศไทย นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระหว่างปีพ.ศ. 2544-2546 และที่สำคัญคือ "ประธานสหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียนคนแรกของโลก"

"ในยุคสมัยที่โลกเริ่มมีมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ผู้คนก็เริ่มมองถึงโอกาสที่กลุ่มคนพิการบนโลกซึ่งมีจำนวนประชากรที่เยอะควรจะมีส่วนร่วมบ้าง จึงเริ่มมีมหกรรมกีฬาที่ชื่อว่า "เฟสปิกเกมส์" เป็นมหกรรมกีฬาคนพิการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียและโอเชียเนีย และเป็นมหกรรมกีฬาคนพิการที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากมหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ โดยเฟสปิกเกมส์เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2517" พลเอกพิศาลเผย

อดีตประธานสหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของประเทศไทยนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงให้ความสำคัญและห่วงใยผู้พิการในประเทศอย่างมาก และทรงมีพระราชดำรัสสำคัญ "การช่วยเหลือคนพิการที่ดีที่สุด ก็คือ ทำอย่างไรก็ได้ ให้ผู้พิการสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หลักสากลในการทำงานให้กับคนพิการ ให้ถือเสมือนประหนึ่งทำให้กับตัวเอง เพราะคนเราหากยิ่งมีอายุยืนยาวมากเท่าไหร่ ไม่มีผู้ใดหลีกหนีความพิการพ้น และ จิตใต้สำนึกของผู้พิการเอง ไม่มีผู้ใด ต้องการให้ตัวเองต้องเป็นภาระกับคนอื่น ประเทศชาติจะเดินไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ก็ด้วยการก้าวเดินไปด้วยกัน"

จากนั้นในประเทศไทยเองและภูมิภาคอาเซียน หรือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็เริ่มที่จะลุกฮือ แสดงพลังเพื่อคนพิการมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างในประเทศไทยเองในยุคนายกรัฐมนตรี นายบรรหาร ศิลปอาชา ก็เริ่มที่จะมีการจัดเฟสปิกในประเทศไทย และส่วนของ พลเอกพิศาล ก็ได้เข้ามาร่วมพัฒนาวงการกีฬาคนพิการของไทยอย่างมุ่งมั่นตั้งใจในช่วงเวลานั้น

กระทั่งในปี 2001 ด้วยความร่วมแรงร่วมใจกันของคนในวงการกีฬาภาคพื้นทวีปอาเซียน ก็ได้ถือกำเนิด "สหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน" ขึ้นเป็นปีแรก ซึ่งชาติสมาชิกก็เห็นพ้องต้องกันว่า ผู้ที่มีความอุสาหะมานะพยายามในการต่อสู้เพื่อคนพิการอย่างแรงกล้าในเวลานั้นอย่าง "พลเอกพิศาล วัฒนวงษ์คีรี" เหมาะสมที่จะขึ้นดำรงตำแหน่ง "ประธานสหพันธ์คนแรกของโลก" โดยพลเอกพิศาลมีเจตนารมณ์ในการทำงานตอนนั้นว่า "เราอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงให้คนพิการมีสิทธิ์เท่าเทียมกับคนปกติ เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติไทยที่จะได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น"

"ตอนแรกสหพันธ์ฯ เริ่มการดำเนินงานแบบคนรอบตัวยังงว่ามันคืออะไร แล้วจะออกมาในทิศทางไหน ประมาณว่าผู้คนยังตั้งเครื่องหมายคำถามอยู่ รวมทั้งไม่ได้มีผู้สนับสนุนใดๆ ในช่วงปี 2001 ที่ก่อตั้งสหพันธ์ฯ ก็ได้เกิดการจัดมหกรรมอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่ กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย สนามกีฬาแห่งชาติบูกิตจาลิล โดยมีพระมหากษัตริย์ของมาเลเซียร่วมพิธีเปิด เมื่อย้อนกลับไปในการแข่งขันพาราลิมปิกสากล ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตอนนั้นต้องบอกว่าแค่เงินซื้อรองเท้าให้นักกีฬาใส่ยังไม่มี ต้องนำคณะผู้จัดการทีมและผู้เกี่ยวข้องเดินทางไปแข่งขันที่ประเทศออสเตรเลียเจ้าภาพ และบางส่วนยังต้องไปอาศัยวัดหลวงไทยที่ซิ  ซึ่งต้องขอบพระคุณเจ้าอาวาสของวัดดังกล่าวที่ให้การช่วยเหลือทัพพาราไทย และใครจะทราบว่าในปัจจุบันเจ้าอาวาสท่านนั้นก็คือ องค์สมเด็จพระสังฆราช ของประเทศไทยในปัจจุบันนี้  แต่หลังจากที่ปีนั้นการแข่งขันที่ซิดนี่ย์ ทัพพาราไทยจบผลงานด้วยการคว้า 6 เหรียญทอง และอยู่ในตำแหน่งท็อป 10 ของโลก ทำให้ผู้คนเริ่มเข้ามาให้การสนับสนุนและมีสปอนเซอร์เรื่อยมา จวบจนปัจจุบัน" ประธานสหพันธ์พาราอาเซียนคนแรกกล่าว

พลเอกพิศาล กล่าวว่า เมื่อวงการกีฬาคนพิการของประเทศไทยเดินทางมาถึงยุคปัจจุบันนี้ จากการแข่งขันครั้งที่ 1 2001 สู่ การแข่งขัน 'อาเซียนพาราเกมส์' 2026  ครั้งที่ 13  มาเป็นเวลา 25 ปี ต้องบอกว่าทัพพาราไทยของเราพัฒนามาไกลมาก วิทยาศาสตร์การกีฬาของประเทศเราช่วยผู้พิการได้อย่างยอดเยี่ยม นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยหลายๆ คนในเวลานี้กำลังยืนอยู่ในจุดสูงสุดของโลกชนิดที่ไม่มีใครสามารถไล่ตามทัน พูดได้เต็มปากเลยว่า คนไทยเรา ถ้าได้รับโอกาส พวกเราทำได้หมด ไม่แพ้ใครในโลก เพราะคนไทยเป็นเชื้อชาติที่มีความมานะพยายามมาก

"ในโอกาสที่ผมมีโอกาสร่วมต่อสู้กับชาติไทยมาตั้งแต่มหกรรมอาเซียนพาราเกมส์ครั้งที่ 1 จนปัจจุบันดำเนินมาถึงครั้งนี้ ครั้งที่ 13 ผมก็ยังมีความมั่นใจในลูกๆ นักกีฬาทุกคน ทุกคนมีความตั้งใจที่แน่วแน่อยู่แล้ว ขอให้ความตั้งใจนั้นประสบความสำเร็จ เพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัว และประเทศชาติไทยครับ" พลเอกพิศาล กล่าวอวยพรทัพพาราไทยทิ้งท้าย



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport