เมื่อเร็วๆ นี้มีดราม่านักแสดงสาวท่านหนึ่งถูกวิจารณ์ว่าใช้ "ปากกาลดน้ำหนัก" รีดน้ำหนัก 20 กิโลฯ ภายใน 4 เดือน แล้ว "ปากกาลดน้ำหนัก" มีประสิทธิภาพมากขนาดนั้นจริงไหม ? และปลอดภัยหรือเปล่า ? นี่เป็นเรื่องที่หลายคนสนใจมากๆ
ปากกาลดน้ำหนัก ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมันถูกยกให้เป็นทางลัดสู่ความผอม โดยช่วยควบคุมน้ำหนัก สิ่งนี้เหล่านี้ทำงานโดยเลียนแบบฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ไปออกฤทธิ์ต่อสมองส่วนที่ควบคุมความอยากอาหาร, ทำให้รู้สึกอิ่มนาน และคุมน้ำตาลไม่ให้อาการหน้ามิด โดยมักถูกสั่งใช้ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่เหมาะสมและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ปากกาลดน้ำหนักปลอดภัยหรือไม่?
โดยทั่วไป ปากกาลดน้ำหนักถือว่ามีความปลอดภัยเมื่อได้รับการสั่งจ่ายจากบุคลากรทางการแพทย์และใช้อย่างถูกต้อง ยาเหล่านี้ได้รับการรับรองจาก องค์การอาหารและยา (FDA)สำหรับการลดน้ำหนักโดยเฉพาะ และผ่านการศึกษาวิจัยอย่างกว้างขวางทั้งในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับยาทุกชนิด ยาเหล่านี้อาจมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งอาจรวมถึงอาการ อาการคลื่นไส้อาเจียน, ท้องเสียหรือท้องผูก, ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2), เวียนศีรษะหรืออ่อนเพลีย และความเสี่ยงที่อาจเกิดเนื้องอกต่อมไทรอยด์ (พบในการศึกษากับสัตว์ทดลอง)
ผลข้างเคียงเหล่านี้มักจะค่อยๆ ลดลงเมื่อร่างกายปรับตัวเข้ากับยาได้ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่ายานี้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณ
คนกลุ่มไหนที่ควรใช้ปากกาลดน้ำหนัก ?
ผู้ที่มีน้ำหนักเกินจนอยู่ในภาวะอ้วน (ค่า บีเอ็มไอ มากกว่า 30) หรือผู้ที่มีน้ำหนักเกิน (ค่า บีเอ็มไอ มากกว่า 27) และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่ร้ายแรงหลายชนิด เช่น โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
วิธีการใช้และการฉีดปากกาลดน้ำหนัก
ผู้ใช้ต้องฉีดเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (ไม่ใช่ฉีดเข้าเส้นเลือด) บริเวณต้นแขนส่วนบน, หน้าท้อง และต้นขาส่วนบน ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการฉีดในระยะ ไม่ต่ำกว่า 2 นิ้วรอบสะดือ และที่สำคัญต้องไม่ฉีดซ้ำที่จุดเดิมเป๊ะ ๆ มากกว่าหนึ่งครั้ง และฉีดในบริเวณที่มี รอยช้ำ ผิวหนังแดง หรือผิวหนังที่บาดเจ็บ/เสียหาย
ใครบ้างที่ไม่ควรใช้ยาฉีดลดน้ำหนัก?
ปากกาลดน้ำหนักไม่เหมาะสำหรับทุกคน ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาฉีดประเภทนี้ ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติส่วนตัวหรือประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดเมดัลลารี หรือเป็นกลุ่มอาการเนื้องอกต่อมไร้ท่อหลายชนิดชนิดที่ 2, หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร, ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินอาหารรุนแรง, คนที่แพ้ส่วนประกอบใดๆ ของยาฉีด และผู้ที่มีโรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
ปากกาลดน้ำหนักใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะเห็นผล?
ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ทางลัดในการลดน้ำหนัก แต่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยสนับสนุนการลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะยาว โดยคนส่วนใหญ่มักเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของความอยากอาหารและน้ำหนักตัวภายในประมาณ 4–8 สัปดาห์ หลังเริ่มการรักษา อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักอย่างชัดเจนอาจต้องใช้เวลานานกว่านั้น
โดยทั่วไป ผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้สามารถคาดหวังการลดน้ำหนักได้ประมาณ 5–10% ของน้ำหนักตัว ภายในระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความตั้งใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย
สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า ปากกาลดน้ำหนักจะได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และความมุ่งมั่นในการควบคุมน้ำหนักในระยะยาว
ประโยชน์
ปากกาลดน้ำหนักมีข้อดีหลายประการสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกิน ได้แก่ ช่วยควบคุมความอยากอาหาร, ลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปและยั่งยืน, ช่วยปรับปรุงตัวชี้วัดด้านสุขภาพ และเพิ่มแรงจูงใจในการลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ต้องจดจำ
ไม่สามารถสั่งซื้อปากกาลดน้ำหนักได้เองหากไม่มีใบสั่งแพทย์ เนื่องจากมีตัวยาที่มีฤทธิ์แรงและจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ ดังนั้นวิธีเดียวที่ปลอดภัยในการได้รับใช้ปากกาลดน้ำหนักก็คือผ่านบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาต ซึ่งจะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมในการใช้ยาและให้คำแนะนำในการใช้อย่างถูกต้อง