รมว.กีฬา สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ดันตั้ง "กระทรวงการกีฬา" แยกเอกเทศ คาดชัดเจนต้นปี 70

รมว.กีฬา สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ดันตั้ง "กระทรวงการกีฬา" แยกเอกเทศ คาดชัดเจนต้นปี 70
สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เผยความคืบหน้าจ่อยกเครื่องตั้ง กระทรวงการกีฬา หวังยกระดับระบบกีฬาไทยและปรับมาตรฐานต่อต้านสารต้องห้ามสู่สากล

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ครั้งที่ 1/2569 เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาการกีฬาไทย โดยเปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างการบริหารราชการ ที่มีแนวทางจัดตั้ง กระทรวงการกีฬา แยกเป็นหน่วยงานเอกเทศ พร้อมควบรวมภารกิจด้านการท่องเที่ยวเข้ากับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานด้านกีฬาและการท่องเที่ยวของประเทศ โดยคาดว่ากระบวนการทางกฎหมายจะแล้วเสร็จภายในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การจัดตั้งกระทรวงการกีฬาถือเป็นการวางรากฐานสำคัญในการผลักดันกีฬาไทยให้เติบโตในฐานะอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างรายได้และอาชีพให้กับประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาวิทยาศาสตร์การกีฬา การสร้างนักกีฬาอย่างเป็นระบบ และการส่งเสริมเยาวชนให้เข้าถึงการกีฬาอย่างทั่วถึง ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ

นอกจากนี้ ในด้านการกำกับดูแลมาตรฐานกีฬา ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการยกระดับหน่วยงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางกีฬาให้มีสถานะเป็นองค์การมหาชน เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และลดความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลกับหน่วยงานผู้จัดการแข่งขัน อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ขณะเดียวกัน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ได้กล่าวถึงประเด็นความปลอดภัยของนักมวยเยาวชนว่า กระทรวงฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเด็กเป็นอันดับแรก โดยมีมาตรการและอุปกรณ์ป้องกันตามมาตรฐาน พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้เกิดความสมดุลระหว่างการส่งเสริมกีฬามวยกับการคุ้มครองเด็ก รวมทั้งมีแนวทางสนับสนุนอุปกรณ์และงบประมาณแก่ค่ายมวย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับความปลอดภัยของนักกีฬาเยาวชนอย่างยั่งยืนต่อไป



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport