สหพันธ์ฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ จับมือ สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งไทย จัดหลักสูตรติวเข้ม 14 ชาติเอเชีย เล็งยกระดับระบบลีกสู่มาตรฐานสากล
สหพันธ์ฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ (IIHF) ร่วมกับ สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย จัดการอบรมหลักสูตรการบริหารจัดการลีกระดับประวัติศาสตร์ในภูมิภาค IIHF ASPG LEAGUE MANAGEMENT CLINIC ระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมเอสซีปาร์ค งานนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรระดับโลกอย่าง พอล คาร์สัน อดีตรองประธานฝ่ายพัฒนากีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแคนาดา และ เคลาส์ โกรบเนอร์ เลขาธิการฝ่ายจัดการแข่งขันเวิลด์แชมเปี้ยนชิพเยอรมัน โดยอยู่ภายใต้การดูแลของทีมงานบริหาร IIHF นำโดย ฮารัลด์ สปริงเฟลด์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬา, คิม พีเดอร์เซน ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา และ นายวันชนะ เกษมสันต์ ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายพัฒนากีฬาฮอกกี้น้ำแข็งภูมิภาคเอเชีย ซึ่งการอบรมครั้งนี้ได้รับความสนใจจาก 14 ชาติในเอเชีย ส่งบุคลากรเข้าร่วมรวม 27 คน ประกอบด้วย บาห์เรน, ฮ่องกง, อิหร่าน, อินโดนีเซีย, อินเดีย, คูเวต, คีร์กีสถาน, มาเลเซีย, เนปาล, โอมาน, สิงคโปร์, ไทเป, ยูเออี และ ไทย
นายวันชนะ เกษมสันต์ ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายพัฒนากีฬาฮอกกี้น้ำแข็งภูมิภาคเอเชีย เปิดเผยว่า นี่คือโปรแกรมใหม่ของ IIHF ที่ต้องการยกระดับทวีปเอเชียให้มีการบริหารจัดการลีกที่เป็นมาตรฐานสากล เพราะปัจจุบันการแข่งขันในเอเชียส่วนใหญ่ยังไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งสหพันธ์มองว่าหากมีระบบลีกที่ดี ทักษะของนักกีฬาและการพัฒนาทีมชาติก็จะดีตามไปด้วย โดยลีกที่ถูกต้องจะต้องรองรับนักกีฬารุ่นใหม่และจัดรูปแบบให้เหมาะสมกับช่วงอายุ เช่น ระดับยุวชนควรเล่นในสนามขนาดเล็ก หรือแข่งแบบ 3x3 ส่วนเยาวชนอายุ 16 ปีขึ้นไป ต้องแข่งขันแบบมีการปะทะเต็มรูปแบบเพื่อเรียนรู้กติกาที่ถูกต้องและสร้างความคุ้นเคย รวมถึงเรื่องการจัดการเวลาแข่งขันที่ต้องสอดคล้องกับสากล
นอกจากนี้ นายวันชนะ ยังระบุเพิ่มว่า บุคลากรจากลีกอังกฤษและเยอรมนีที่มาให้ความรู้ในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับอย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะโมเดลจากเยอรมนีซึ่งมีระบบลีกที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากฟุตบอล จนสามารถผลักดันทีมชาติก้าวไปอยู่ระดับท็อปของโลกได้ ซึ่งต่างจากในเอเชียที่ปัจจุบันมักเป็นการจัดแข่งโดยเอกชนเพื่อความสนุกสนานและใช้กฎกติกาของตัวเอง ทำให้มาตรฐานแตกต่างกัน
"สำหรับประเทศไทย ควรจะเริ่มต้นจากศึกชิงแชมป์ประเทศไทย โดยแบ่งตามลำดับรุ่นตั้งแต่เด็กไปจนถึงรุ่นโอเพ่น ส่วนการเล่นแบบปะทะควรจะเริ่มตั้งแต่อายุ 16 หรือ 18 ปีเป็นต้นไป เพื่อให้นักกีฬาได้เรียนรู้ เพราะหากไม่ได้ฝึกตั้งแต่เยาวชน เวลาทีมชาติไทยไปแข่งขันรายการ เวิลด์แชมเปี้ยนชิพ แล้วเจอคู่แข่งที่เข้าปะทะหนักๆ นักกีฬาไทยจะเล่นไม่ออก แต่หากเราสร้างระบบให้เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก เมื่อเจอสถานการณ์จริงในสนามระดับสากลจะทำให้เราไม่กลัวการเข้าปะทะ" นายวันชนะ กล่าวทิ้งท้าย


