KBU SPORT POLL เผยผลสำรวจคนไทย 1,286 คน หนุนแยกกีฬาเป็นกระทรวงเอกเทศ 93.72% ชี้ช่วยเพิ่มศักยภาพสู่เวทีโลกและยกระดับอุตสาหกรรมกีฬา
KBU SPORT POLL โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่วมกับ สถาบันการจัดการกีฬาเพื่อองค์กรกีฬา (WISDOM) และเพจ บี บางปะกง เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในหัวข้อ “ประเทศไทยกับกระทรวงกีฬาแห่งอนาคต” หลังเกิดกระแสแนวคิดแยกงานด้านกีฬาออกจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
การสำรวจดำเนินการผ่านระบบออนไลน์และสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ระหว่างวันที่ 15–17 มีนาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทั่วประเทศ อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,286 คน แบ่งเป็นเพศชาย 864 คน (67.19%) เพศหญิง 321 คน (24.96%) และ LGBTQIA+ 101 คน (7.85%)
ผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 93.72 เห็นด้วย กับการแยกกิจการกีฬาออกมาจัดตั้งเป็นกระทรวงกีฬา ขณะที่ร้อยละ 4.28 ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 2.00 ไม่มีความคิดเห็น
ในด้านรูปแบบการบริหารจัดการของกระทรวงกีฬาแห่งอนาคต ร้อยละ 79.88 เห็นว่าควรบริหารแบบเอกเทศ รองลงมาร้อยละ 16.10 เห็นว่าควรควบรวมกับกิจการที่เกี่ยวข้อง และอื่นๆ ร้อยละ 4.02
สำหรับประโยชน์ของการจัดตั้งกระทรวงกีฬา กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ระบุว่า
- ร้อยละ 28.04 ช่วยให้มีเอกภาพและทิศทางการบริหารชัดเจน
- ร้อยละ 26.20 เพิ่มศักยภาพการพัฒนาสู่เวทีโลก
- ร้อยละ 18.11 ยกระดับอุตสาหกรรมกีฬาและกีฬาอาชีพ
- ร้อยละ 14.30 ทำให้มีงบประมาณเพียงพอ
- ร้อยละ 10.92 ส่งเสริมการพัฒนากีฬาชาติแบบองค์รวม
- อื่นๆ ร้อยละ 2.43
ด้าน ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนว่าการแยกกีฬาออกมาเป็นกระทรวงเอกเทศ อาจสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งการควบรวมกับภาคการท่องเที่ยวอาจไม่ตอบโจทย์อย่างเพียงพอ
นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างยังมองว่าการบริหารแบบเอกเทศจะช่วยเพิ่มศักยภาพของประเทศ ทั้งในมิติการแข่งขันระดับนานาชาติ และการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาและกีฬาอาชีพ เช่นเดียวกับแนวทางของหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จ
ทั้งนี้ ผลสำรวจดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในเสียงสะท้อนจากประชาชน ที่อาจเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของรัฐบาล ในการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารงานด้านกีฬาในอนาคต