ทำความรู้จักกับรายการมาสเตอร์ส สอยคิวศึกใหญ่ประเดิมปี 2026

ทำความรู้จักกับรายการมาสเตอร์ส สอยคิวศึกใหญ่ประเดิมปี 2026
เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แฟนกีฬาแม่นรูทั้งหลายก็จะได้ชมการประชันเพลงคิว ของเหล่าสุดยอดมือพระกาฬที่อยู่ในอันดับท็อป 16 ของโลก ในรายการมาสเตอร์ส 2026 ระหว่างวันที่ 11-18 มกราคม 2026 ที่อเล็กซานดราพาเลซ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

แม้จะเป็นรายการที่ชิงเฉพาะเงินรางวัลเท่านั้น โดยไม่มีผลต่อคะแนนสะสมอันดับโลกแต่อย่างใด ทว่าศึกมาสเตอร์ส ถูกบัญญัติให้เป็น 1 ใน 3 รายการใหญ่ระดับทริปเปิลคราวน์ทัวร์นาเมนต์ ร่วมกับศึกชิงแชมป์โลกและยูเคแชมเปี้ยนชิพ 

จึงทำให้บรรดานักแม่นรูทั้งหลาย อยากจะได้ถ้วยรางวัลที่มีนามว่า "พอล ฮันเตอร์ โทรฟี่" มาประดับเกียรติยศและบารมีสักครั้งในชีวิต

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่านักสอยคิวทุกคน จะได้ลงแข่งขันในศึกมาสเตอร์ส เนื่องจากทัวร์นาเมนต์นี้ จะอนุญาติให้เฉพาะผู้เล่นอยู่ในอันดับท็อป 16 ของโลกเท่านั้นมาวัดความแม่นกัน โดยยึดอันดับโลกจากศึกยูเคแชมเปี้ยนชิพครั้งล่าสุด

ทำให้ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา มีนักสนุกเกอร์ไทยเพียง 2 คนเท่านั้น ที่เคยผ่านประสบการณ์ร่วมแข่งขันในศึกมาสเตอร์สมาแล้ว ได้แก่ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" วัฒนา ภู่โอบอ้อม กับ "เอฟวัน" เทพไชยา อุ่นหนู ซึ่งเป็นนักสอยคิวแห่งแดนสยามเพียง 2 คน ที่เคยทำอันดับโลก เข้าสู่ท็อป 16 ของโลกมาแล้ว

โดยพี่ต๋องของวงการสนุกเกอร์ไทย เคยผ่านการดวลิวในมาสเตอร์สถึง 9 ครั้ง ในช่วงที่อยู่ในอันดับท็อป 16 ของโลก แถมยังเกือบคว้าแชมป์อีกด้วย จากการเข้าชิงในปี 1993 ทว่าในรอบชิงต้องพ่าย "มัจจุราชผมทอง" สตีเฟ่น เฮนดรี้ ตำนานสอยคิวชาวสกอต ที่เรืองอำนาจในยุคนั้นไปอย่างน่าเสียดาย 5-9 เฟรม

สำหรับนักสอยคิวที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในศึกมาสเตอร์ส ก็คือขวัญใจมหาชนตลอดกาลอย่าง "เดอะร็อกเก็ต" รอนนี่ โอซัลลิแวน ที่ได้แชมป์รายการนี้ไปแล้ว 8 สมัย ซึ่งเชื่อว่านักสอยคิวจอมอินดี้ จะยังคงครองสถิตินี้ไปอีกนาน 

เนื่องจากผู้ที่คว้าแชมป์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 อย่าง สตีเฟ่น เฮนดรี้ ที่คว้าแชมป์ไป 6 สมัย ได้แขวนคิวไปแล้ว ขณะที่คนที่คว้าแชมป์มาสเตอร์สมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ด้วยจำนวน 3 สมัย มีเพียง มาร์ค เซลบี้ แค่คนเดียวเท่านั้นที่ยังจับไม้คิวอยู่ ส่วนอีก 3 คนที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็น สตีฟ เดวิส, คลิฟฟ์ ธอร์เบิร์น และ พอล ฮันเตอร์ ล้วนแล้วแต่อำลาวงการไปแล้ว(พอล ฮันเตอร์ เสียชีวิตตั้งแต่ปี 2006)

และในศึกมาสเตอร์ส 2026 ที่กำลังจะอุบัติขึ้น แฟนกีฬาแม่นรูทั้งหลาย จะได้เห็น รอนนี่ ลงล่าแชมป์เป็นสมัยที่ 9 แต่ก็คงไม่ง่ายนัก เนื่องจากจอมคิวที่เพิ่งอยู่ในวัยเลข 5 นำหน้า ต้องเจอกับ นีล โรเบิร์ตสัน ตั้งแต่รอบ 16 คน, หากเข้ารอบ 8 คนมีโอกาสดวลกับ ไคเรน วิลสัน อันดับ 2 ของโลก, หากเข้ารอบรองชนะเลิศมีโอกาสเจอ มาร์ค เซลบี้ อันดับ 6 ของโลก หรือไม่ก็แชมป์เก่าอย่าง ฌอน เมอร์ฟี อันดับ 7 ของโลก แถมในช่วงหลังๆ ฝีมือของ  "เดอะร็อกเก็ต" เริ่มโรยราตามสังขาร

สำหรับที่มาของชื่อถ้วยแชมป์มาสเตอร์ส ที่เรียกขานกันว่า "พอล ฮันเตอร์ โทรฟี่" มาจากวีรกรรมการคว้าแชมป์มาสเตอร์ส 3 สมัยของ พอล ฮันเตอร์ อดีตนักสอยคิวผู้ล่วงลับชาวอังกฤษ ที่เคยได้รับฉายาว่า "เดวิด เบคแฮม แห่งวงการสนุกเกอร์"

แชมป์มาสเตอร์สทั้ง 3 ครั้งของเขา มาจากการเฉือนคู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศไปอย่างระทึกทุกครั้ง ไล่ตั้งแต่ปี 2001 ที่เอาชนะ เฟอรํกัล โอไบรอัน(ไอร์แลนด์) 10-9 เฟรม, ปี 2002 เฉือน มาร์ค เจ วิลเลียมส์(เวลส์) 10-9 เฟรม และ ปี 2004 พลิกสถานการณ์จากตามหลัง 1-6 เฟรม กลับมาแซงชนะ รอนนี่ โอซัลลิแวน ไปอย่างระทึก 10-9 เฟรม พร้อมกับถูกยกย่องให้เป็นแมตช์รอบชิงมาสเตอร์สที่ดีทีสุดครั้งหนึ่งตลอดกาล

นับว่าน่าเสียดายที่อีก 2 ปีต่อมา หรือปี 2006 โรคมะเร็งร้ายได้พรากชีวิต พอล ฮันเตอร์ ไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยวัยเพียง 27 ปีเท่านั้น

ก่อนที่อีก 10 ปีต่อมา(ปี 2016) เวิลด์สนุกเกอร์จะเปลี่ยนชื่อถ้วยแชมป์ ให้มีชื่อว่า "พอล ฮันเตอร์ โทรฟี่" เพื่อเป็นเกียรติแก่ พอล ฮันเตอร์ จอมคิวผู้ล่วงลับ ที่เคยประสบความสำเร็จและสร้างสีสันให้กับศึกสอยคิวรายการมาสเตอร์ส




ที่มาของภาพ : Getty Images
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport