ย้อน 5 เหตุการณ์สำคัญวงการสอยคิวไทยปี 2568 ตั้งแต่ “รอนนี่ โอซัลลิแวน” ใช้ไม้คิวแบรนด์ไทย, สร้างประวัติศาสตร์คว้า 6 เหรียญทองซีเกมส์, เหรียญเงินเวิลด์เกมส์หญิง ไปจนถึง “ต๋อง–บิ๊ก” ก้าวสู่สนามการเมือง สะท้อนบทบาทใหม่ของสอยคิวไทยบนเวทีโลก
ในรอบปี 2568 มีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในวงการสอยคิวไทย ทางทีมงาน SIAMSPORT จะขอคัดสรร 5 เหตุการณ์เด่น ที่เพิ่งผ่านพ้นไปในปีงูเล็ก มาให้แฟนกีฬาได้ดูกันอีกครั้ง

1. รอนนี่ ใช้ไม้คิวไทย
เมื่อพูดถึง “เดอะร็อกเก็ต” รอนนี่ โอซัลลิแวน คงไม่มีแฟนสนุกเกอร์คนใดไม่รู้จัก เพราะมหาเทพแห่งวงการแม่นรูผู้นี้ คือซูเปอร์เบอร์ 1 แห่งวงการที่มีแฟนคลับคอยติดตามเชียร์ไปทั่วโลก
ในระหว่างการแข่งขัน ชิงแชมป์โลก 2025 เมื่อช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2568 จอมคิวที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของวงการ ได้ตัดสินใจใช้ไม้คิวของแบรนด์ไทย นั่นก็คือ “พระราม 3 คิว” ของ “ต้น พระราม 3” จากนั้นในฤดูกาล 2025/26 รอนนี่ได้เปลี่ยนมาใช้ไม้คิวอีกแบรนด์ ซึ่งเป็นของคนไทยเช่นกัน นั่นก็คือ “Sunny Akani Cues” ซึ่งเป็นแบรนด์ของ “ซันนี่ อาร์แบค” อรรคนิธิ์ ส่งเสริมสวัสดิ์ นักสอยคิวไทยที่ปัจจุบันยังคงโลดแล่นในเวทีอาชีพโลกอยู่นั่นเอง
และที่สำคัญคือแมตช์ที่ รอนนี่ ทำ แม็กซิมั่มเบรก (Maximum Break) ถึง 2 ครั้งในแมตช์เดียว ในนัดที่เอาชนะ คริส เวคลิน ในศึก ซาอุดีอาระเบีย มาสเตอร์ส 2025 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

2. “เจล สระบุรี” คว้าเหรียญเงินประวัติศาสตร์เวิลด์เกมส์
การแข่งขันกีฬา เวิลด์เกมส์ 2025 (World Games 2025) ที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ช่วงเดือนสิงหาคม ได้เกิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นกับวงการสอยคิวไทย หลังจาก “เจล สระบุรี” นฤชา เพิ่มพูล นักสอยคิวสาวไทย คว้าเหรียญเงินการแข่งขันสนุกเกอร์ 6 แดงหญิงมาครอง
โดยในรอบรองชนะเลิศเธอสามารถเอาชนะเพื่อนร่วมชาติอย่าง “พลอย ขอนแก่น” พลอยชมพู เหล่าเกียรติพงษ์ ไปได้ แม้ในรอบชิงชนะเลิศจะพ่ายให้แชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ไป่ ยู่ หลู จากจีนก็ตาม
การคว้าเหรียญเงินดังกล่าว คือผลงานที่ดีที่สุดของทัพนักสอยคิวไทยในมหกรรมกีฬาเวิลด์เกมส์ หลังจากก่อนหน้านี้เราเคยทำผลงานดีที่สุดจากการคว้าเหรียญทองแดงในประเภทสนุกเกอร์บุคคลชายจาก “แจ๊ค สระบุรี” เดชาวัต พุ่มแจ้ง ในเวิลด์เกมส์ 2013 ที่เมืองกาลี ประเทศโคลอมเบีย

3. สอยคิวไทยเจ้าทองซีเกมส์ สร้างประวัติศาสตร์คว้า 6 เหรียญทอง
ในการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทัพสอยคิวจากแดนสยามโกยเหรียญทองได้ถึง 6 เหรียญ จากการชิงชัยทั้งหมด 10 เหรียญ พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการกวาดเหรียญทองได้มากที่สุดในการแข่งขันซีเกมส์เพียงครั้งเดียว
6 เหรียญทองประกอบด้วย:
สนุกเกอร์ 15 แดงทีมหญิง: ณัชชารัตน์ วงศ์หฤทัย, พลอยชมพู เหล่าเกียรติพงษ์ และ ปัณชญา จันทร์น้อย
สนุกเกอร์ 6 แดงทีมหญิง: ศิริภาพร นวนทะคำจัน, นฤชา เพิ่มพูล และ พลอยชมพู เหล่าเกียรติพงษ์
สนุกเกอร์ 6 แดงบุคคลหญิง: ศิริภาพร นวนทะคำจัน
สนุกเกอร์ 15 แดงบุคคลหญิง: ณัชชารัตน์ วงศ์หฤทัย
สนุกเกอร์ 15 แดงทีมชาย: ภาสกร สุวรรณวัฒน์, กฤษณัส เลิศสัตยาทร และ ณัทณพงศ์ ชัยกุล
สนุกเกอร์ 15 แดงบุคคลชาย: ภาสกร สุวรรณวัฒน์

4. ซีเกมส์ครั้งที่ 33 จัดแค่สนุกเกอร์-บิลเลียด เมินพูลและแครอมบอล
แม้ทัพสอยคิวไทยจะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมใน ซีเกมส์ครั้งที่ 33 ทว่ามีอีกเรื่องที่น่ากังวล นั่นคือในซีเกมส์หนนี้ไทยจัดแข่งขันเฉพาะ สนุกเกอร์ และ บิลเลียด เท่านั้น โดยไม่มีการบรรจุ พูล และ แครอมบอล เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา
สิ่งที่น่ากังวลคือ หากซีเกมส์เวียนไปจัดในประเทศที่ถนัดพูลหรือแครอมบอล เช่น ฟิลิปปินส์ หรือ เวียดนาม ประเทศเหล่านี้อาจมีการตอบโต้ด้วยการตัด "สนุกเกอร์" ซึ่งเป็นกีฬาที่ไทยถนัดออกจากการแข่งขันในอนาคตได้

5. ต๋อง - บิ๊ก ลงสนามการเมือง
หลังจากรัฐบาลประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ทำให้ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองต่างทาบทามบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้าสังกัดพรรค เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ได้เกิดเรื่องฮือฮาขึ้นเมื่อ “บิ๊ก สระบุรี” อรรถสิทธิ์ มหิทธิ อดีตแชมป์สมัครเล่นโลกปี 2550 และผู้บรรยายสนุกเกอร์ชื่อดัง ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต สังกัด พรรคประชาชน ในพื้นที่เขต 3 จังหวัดสระบุรีบ้านเกิด กลายเป็นนักสนุกเกอร์ทีมชาติคนแรกที่ลงสนามการเมืองเต็มตัว
ในเวลาต่อมาอีกไม่กี่วัน ตำนานสนุกเกอร์เมืองไทยอย่าง “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” วัฒนา ภู่โอบอ้อม อดีตมือ 3 ของโลก ก็ได้ก้าวสู่เส้นทางการเมืองเช่นกัน โดยมีชื่อลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อของ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลำดับที่ 48