“มายด์ สากล” ปัณชญา จันทร์น้อย กลับถึงไทยหลังคว้าแชมป์โลกสนุกเกอร์หญิง 2026 พร้อมเปิดใจเกินฝันในวัย 18 ปี และฝากถึงภาครัฐช่วยผลักดันสนุกเกอร์พ้น พ.ร.บ.การพนัน เพื่ออนาคตกีฬาไทย
“มายด์ สากล” ปัณชญา จันทร์น้อย นักสนุกเกอร์สาวไทยวัย 18 ปี เจ้าของแชมป์สนุกเกอร์หญิงชิงแชมป์โลก 2026 และแชมป์โลกเยาวชนหญิง 2 สมัยล่าสุด เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากครอบครัว แฟนคลับ และผู้บริหารสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย นำโดย “บิ๊กฮง” สุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย
การคว้าแชมป์โลกครั้งนี้ทำให้ ปัณชญา กลายเป็นนักสนุกเกอร์หญิงไทยคนที่ 3 ที่คว้าแชมป์โลก ต่อจาก “มิ้งค์ สระบุรี” ณัชชารัตน์ วงศ์หฤทัย และ “ใบพัด ศรีราชา” ศิริภาพร นวนทะคำจัน รวมถึงยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักสนุกเกอร์หญิงคนแรกของโลกที่คว้าแชมป์โลกประเภทเยาวชนและประเภทประชาชนในปีเดียวกัน
นอกจากนี้ แชมป์โลกครั้งล่าสุดยังส่งให้ “มายด์ สากล” ได้สิทธิ์เข้าแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพโลกเป็นเวลา 2 ฤดูกาล พร้อมสิทธิ์ร่วมแข่งขันรายการ “Champion of Champions 2026” รวมถึงรับเงินรางวัลอีก 13,000 ปอนด์ หรือประมาณ 559,000 บาท
จอมคิวสาวไทยเปิดใจว่า ก่อนเดินทางไปแข่งขันที่ประเทศจีน ไม่ได้คาดหวังว่าจะคว้าแชมป์โลกประเภทประชาชนได้ เพราะตั้งใจเพียงแค่ทำผลงานให้ดีที่สุดและเล่นอย่างสนุกเท่านั้น
“ตอนชนะ ไป๋ ยู่ หลู หนูคิดแค่ว่าไม่มีอะไรจะเสีย เพราะเขาเป็นแชมป์เก่าและเหนือกว่าอยู่แล้ว เลยเล่นไปตามเกมของตัวเอง พอได้แชมป์จริงๆ ก็รู้สึกเกินฝันมาก เพราะหนูอายุแค่ 18 ปี”
มายด์ ยังกล่าวอีกว่า การได้สิทธิ์ไปแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพโลกถือเป็นความฝันของนักกีฬาหลายคน และสำหรับตัวเองถือว่าเป็นโอกาสที่มาเร็วกว่าที่คิด พร้อมยืนยันว่าจะพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อทำผลงานให้ดีที่สุดบนเวทีโลก
“ขอบคุณผู้สนับสนุนทุกคน โค้ชทุกคน รวมถึง พี่ใบพัด ศรีราชา ที่คอยให้คำแนะนำมาตลอด ขอบคุณแฟนกีฬาชาวไทยที่ส่งกำลังใจให้ และขอบคุณครอบครัวที่ไม่เคยกดดัน หนูจะพยายามคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 มาฝากคนไทยให้ได้”
ขณะเดียวกัน เจ้าตัวยังฝากถึงภาครัฐและผู้เกี่ยวข้อง ให้ช่วยผลักดันกีฬาสนุกเกอร์ออกจากการถูกจัดอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการพนัน โดยเผยว่า จากประสบการณ์ที่ได้ไปแข่งขันในประเทศจีน เห็นชัดว่าหลายประเทศให้การสนับสนุนกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจัง
ด้าน สุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลงานของมายด์ถือว่ายอดเยี่ยมมาก เพราะระหว่างแข่งขันสามารถทำเซ็นจูรี่เบรกได้อย่างต่อเนื่อง และถึงขั้นได้รับคำชื่นชมจาก เจสัน เฟอร์กูสัน ประธานสหพันธ์บิลเลียดโลก
อย่างไรก็ตาม นายกสมาคมฯ ยอมรับว่า การส่งนักกีฬาไปแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพโลกต้องใช้งบประมาณสูงถึงปีละประมาณ 2 ล้านบาท พร้อมฝากถึงผู้ใหญ่และภาคเอกชนช่วยสนับสนุนนักกีฬาไทย
นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า สมาคมพยายามผลักดันให้กีฬาสนุกเกอร์หลุดพ้นจาก พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา โดยมองว่า ปัจจุบันสนุกเกอร์เป็นกีฬาระดับสากลที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก แต่ประเทศไทยยังคงจัดให้อยู่ในหมวดการพนัน
“อยากฝากถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ช่วยพิจารณาปลดล็อกให้กีฬาสนุกเกอร์ เพื่อเปิดโอกาสให้วงการกีฬาไทยพัฒนาได้มากกว่านี้” นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ กล่าวทิ้งท้าย


