จาก ติง จุ้นฮุย สู่ อู๋ อี้เจ๋อ : ถอดรหัสลับทำไมจีนถึงปั้นนักสอยคิวเขย่าบัลลังก์โลกได้ไม่จบสิ้น?

จาก ติง จุ้นฮุย สู่ อู๋ อี้เจ๋อ : ถอดรหัสลับทำไมจีนถึงปั้นนักสอยคิวเขย่าบัลลังก์โลกได้ไม่จบสิ้น?
ทำไมจีนถึงปั้นนักสนุกเกอร์เขย่าโลกได้ไม่จบสิ้น? เจาะลึกระบบการฝึกแบบนักบวช ความสำเร็จของ จ้าว ซินตง แชมป์โลก 2025 และการผงาดของ อู๋ อี๋เจ๋อ ในฐานะศูนย์กลางอำนาจใหม่

เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า "Soft Power" จนชินหู แต่สำหรับวงการสนุกเกอร์ "อำนาจละมุน" นี้ไม่ได้มาในรูปแบบของความบันเทิงเพียงอย่างเดียว 

แต่มันมาในคราบของเสียงกระทบลูกและสายตาอันเฉียบคมของเหล่าเยาวชนจากแดนมังกรที่กำลังทำหน้าที่เป็น "ศูนย์กลางอำนาจใหม่" ของโลกสอยคิว

หากจะถามว่าทำไมจีนถึงกลายเป็นโรงงานผลิตนักสนุกเกอร์ระดับโลกได้แบบสายพานไม่เคยหยุด? 

คำตอบนี้ไม่ได้อยู่ที่โชคชะตา แต่มันคือการวางหมากอย่างเป็นระบบและปัจจัยทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่คนนอกจะจินตนาการถึง 

ร่วมติดตามหาคำตอบของเรื่องนี้ไปพร้อมกับ SIAMSPORT

รอยเท้าของ 'ติง จุนฮุย' และวันที่โลกสนุกเกอร์เปลี่ยนไปตลอดกาล

ทุกตำนานย่อมมีจุดเริ่มต้นเสมอและสำหรับ "จีน" จุดเริ่มต้นนั้นเกิดขึ้นในเดือนเมษายน ปี 2005 

เมื่อเด็กหนุ่มวัย 18 ปีนามว่า ติง จุนฮุย ผู้ลงแข่งในฐานะ "ไวด์การ์ด" สร้างช็อกโลกด้วยการสยบตำนานอย่าง สตีเฟน เฮนดรี คว้าแชมป์ ไชน่า โอเพ่น มาครอง

ในวันนั้นมีผู้ชมในจีนเฝ้าหน้าจอโทรทัศน์สูงถึง 110 ล้านคน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้สนุกเกอร์กลายเป็น "ความฝันระดับชาติ"

ชัยชนะของ ติง ไม่ใช่แค่การคว้าถ้วยรางวัล แต่มันคือการเปลี่ยนผ่านยุคสมัย 

จากกีฬาที่เคยผูกขาดโดยนักสอยคิวจากสหราชอาณาจักร สู่ยุคที่เด็กจีนทั้งประเทศอยากจะเป็น "ติงคนต่อไป" จนเกิดการลงทุนมหาศาลทั้งในแง่โครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรมนุษย์

การฝึกฝนประหนึ่งนักบวช

เบื้องหลังความแม่นยำระดับเครื่องจักรของนักสอยคิวจีนคือระบบอคาเดมี่ที่เข้มงวดจนสื่อตะวันตกเปรียบเทียบว่าเป็นการฝึกฝนแบบ "นักบวช"

ที่ World Snooker College ในปักกิ่ง หรือ CBSA Academy ในเฉิงตู เหล่านักเรียนวัยเยาว์ต้องใช้เวลาอยู่กับโต๊ะสนุกเกอร์วันละ 8-10 ชั่วโมง

พวกเขาไม่มีตำราเรียนแบบวิชาการทั่วไป แต่คือการซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้เกิดความจำกล้ามเนื้อ (Muscle Memory) ที่สมบูรณ์แบบ พูดง่าย ๆ คือ กล้ามเนื้อจะจดจำการกระทำที่ทำซ้ำไปซ้ำมานั่นเอง

วัฒนธรรมการทำงานหนักของคนจีนที่ฝังรากลึกมาจากการเตรียมสอบ "เกาเข่า" ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับโต๊ะสีเขียว ใครที่อยากประสบความสำเร็จในจีนรู้ดีว่า "พรสวรรค์ที่ปราศจากความพยายามนั้นไร้ค่า"

พื้นที่และวัฒนธรรม

สิ่งที่น่าสนใจและมักถูกมองข้ามคือปัจจัยเรื่อง "พื้นที่" 

ในขณะที่สโมสรสนุกเกอร์ในสหราชอาณาจักรกำลังทยอยปิดตัวลงเพราะค่าเช่าที่พุ่งสูงและการถูกแทนที่ด้วยที่พักอาศัย

แต่ใน "จีน" กลับตรงกันข้าม สถาบันสนุกเกอร์และคลับมาตรฐานสูงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในทุกหัวเมือง

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ เมืองอวี้ซาน ที่ลงทุนสร้างศูนย์วัฒนธรรมบิลเลียดนานาชาติและพิพิธภัณฑ์สนุกเกอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "Crucible Theatre แห่งที่สอง"

เมื่อกีฬามีพื้นที่ให้หายใจ มีโต๊ะที่ได้มาตรฐานในราคาเข้าถึงได้ เยาวชนย่อมมีโอกาสในการพัฒนาฝีมือได้มากกว่า

การจุติของราชาคนใหม่

ความพยายามกว่าสองทศวรรษของจีน บรรลุเป้าหมายสูงสุดเมื่อ จ้าว ซินตง กลายเป็นนักสอยคิวชาวเอเชียคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์โลก (World Snooker Championship) ในปี 2025 ได้สำเร็จหลังจากโค่น มาร์ค วิลเลียมส์ ในรอบชิงชนะเลิศ

เส้นทางของจ้าวไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเคยเผชิญมรสุมถูกแบนจากการเกี่ยวข้องกับการพนัน แต่การกลับมาคว้าแชมป์โลกในฐานะ "มือสมัครเล่น" 

และเดินหน้ากวาดแชมป์รายการใหญ่อย่างต่อเนื่องในปี 2026 รวมถึงการทำ "สแลม" คว้าแชมป์ Players Series ทั้ง 3 รายการในฤดูกาลเดียว เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าระบบปั้นดินให้เป็นดาวของจีนนั้น "ของจริง"

ปัจจุบัน จีนมีนักสนุกเกอร์ติดอยู่ในอันดับ Top 32 ของโลกหลายคน และรุ่นใหม่อย่าง อู๋ อี้เจ๋อ ก็เริ่มก้าวขึ้นมาเขย่าบัลลังก์รุ่นพี่อย่างต่อเนื่อง

เมื่อรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันกีฬาสอยคิวเข้าสู่โอลิมปิก พร้อมกับฐานแฟนคลับที่มีมากกว่า 210 ล้านคน

ตอนนี้มันไม่ใช่คำถามอีกต่อไปว่า "จีนจะครองโลกสนุกเกอร์ได้ไหม?" 

แต่คำถามที่แท้จริงคือ "คนอื่นจะหยุดความยิ่งใหญ่นี้ได้อย่างไร?" ในวันที่อำนาจการต่อรองและทรัพยากรทุกอย่างไหลไปรวมกันที่ฝั่งตะวันออกอย่างสมบูรณ์แบบ

ตัน กวาร์ดิโอล่า



ที่มาของภาพ : reutersconnect
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport