เอฟวัน เทพไชยา แชมป์โลกสนุกเกอร์ 2026 ไทยยังมองเป็นพนัน?

เอฟวัน เทพไชยา แชมป์โลกสนุกเกอร์ 2026 ไทยยังมองเป็นพนัน?
ชัยชนะของ เอฟวัน เทพไชยา แชมป์โลกสนุกเกอร์ 2026 ไม่ใช่แค่ความสำเร็จ แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ เมื่อไทยยังมองสนุกเกอร์เป็นการพนัน และตั้งคำถามถึงกฎหมายที่ควรเปลี่ยน

ในค่ำคืนวันที่ 22 มีนาคม 2026 ณ ยู่ฉาน สปอร์ตเซ็นเตอร์ ประเทศจีน แฟนสอยคิวทั่วโลกต่างตกตะลึงเมื่อ "เอฟวัน" เทพไชยา อุ่นหนู ระเบิดฟอร์ม "ร่างทอง" พลิกนรกจากตามหลัง 0-4 เฟรม กลับมาสยบตำนานอย่าง รอนนี่ โอซัลลิแวน ได้อย่างยิ่งใหญ่ 10-7 เฟรม พร้อมกด แม็กซิมั่มเบรก 147 แต้ม ปิดท้าย 

ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การคว้าแชมป์เวิลด์แรงกิ้งรายการที่ 2 หรือเงินรางวัล 7.7 ล้านบาท แต่มันคือการตบหน้า "มายาคติ" บางอย่างในสังคมไทยที่ฉุดรั้งกีฬาชนิดนี้มานานเกือบศตวรรษ

ทำไมในวันที่นักกีฬาไทยก้าวไปยืนบนจุดสูงสุดของโลก แต่ในบ้านเกิดของตัวเอง สนุกเกอร์กลับยังคงถูกพันธนาการไว้ด้วยคำว่า "การพนัน"? นี่คือคำถามที่ "เอฟวัน" เลือกที่จะส่งเสียงดัง ๆ ไปถึงผู้มีอำนาจในทันทีที่เขาทำสำเร็จ 

ในขณะที่ เอฟวัน ก้มตัวลงสาวคิวท่ามกลางแสงไฟสปอร์ตไลท์ระดับโลกที่จีน เด็กไทยที่มีฝันแบบเดียวกันกลับต้องลักลอบเข้าสถานประกอบการที่ถูกตีตราว่าเป็นแหล่งอบายมุข เพื่อเพียงแค่จะได้ฝึกซ้อมทักษะที่พวกเขารัก

กฎหมายที่หยุดนิ่ง ในโลกที่หมุนไปไกล

จุดเริ่มต้นของบ่วงพันธนาการนี้คือ พ.ร.บ. พุทธศักราช 2478 กฎหมายที่มีอายุกว่า 90 ปี ซึ่งระบุให้สนุกเกอร์และบิลเลียดอยู่ใน บัญชี ข. ลำดับที่ 23 สถานะนี้ทำให้สนุกเกอร์เป็นกีฬาชนิดเดียวในไทยที่มี "สองหน้า" ในกฎหมาย

หน้าหนึ่งคือ กีฬาอาชีพ ที่ได้รับการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 

แต่อีกหน้าหนึ่ง มันคือ อบายมุข ที่ต้องถูกควบคุมและจำกัดเสรีภาพ 

การถูกตีตราว่าเป็นการพนันส่งผลกระทบโดยตรงต่อหลังบ้านของวงการสอยคิวไทย ตามกฎหมายปัจจุบัน เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี (หรือ 20 ปีในบางกรณี) ไม่สามารถเข้าไปฝึกซ้อมในโต๊ะสนุกเกอร์ได้อย่างอิสระ

ในขณะที่คู่แข่งอย่างประเทศจีนเดินตามรอยความสำเร็จของ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" ด้วยการเปิดโรงเรียนสอนสนุกเกอร์และปั้นนักกีฬาอาชีพตั้งแต่อายุยังน้อยจนแซงหน้าเราไปไกล

กำแพงสปอนเซอร์ และ "ต้นทุนแฝง" ที่มองไม่เห็น

ในมุมมองของนักกีฬาอาชีพอย่างเทพไชยา ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ การหาสปอนเซอร์

ภาคเอกชนจำนวนมากไม่อยากเอาชื่อเสียงของแบรนด์ไปเสี่ยงกับกีฬาที่ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับตู้ม้าหรือการพนันอื่น ๆ ส่งผลให้งบประมาณในการพัฒนานักกีฬารุ่นใหม่และจัดการแข่งขันระดับโลกในไทยทำได้ยากยิ่ง

นอกจากนี้ ช่องโหว่ของกฎหมายที่ล้าสมัยยังเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มใช้เป็นเครื่องมือเรียกรับผลประโยชน์ หรือ "ส่วย" จากผู้ประกอบการ เพื่อแลกกับการละเว้นการตรวจสอบ

สิ่งเหล่านี้คือ "เนื้อร้าย" ที่กัดกินศักดิ์ศรีของคนในวงการสอยคิวมาตลอดหลายสิบปี

เสียงขานรับจาก "คนทำเกม" ทางการเมือง 

เสียงเรียกร้องของ เอฟวัน ในครั้งนั้นไม่ได้โดดเดี่ยว นายสรวงศ์ เทียนทอง เคยเปิดเผยสมัยดำรงตำแหน่งรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ว่าพร้อมผลักดันการแก้ไขกฎหมายนี้ โดยมองว่าสถานะของสนุกเกอร์ในปัจจุบันควรได้รับการอัปเดตให้เป็นสากล แต่สุดท้ายมีการเปลี่ยนถ่ายรัฐบาลทำให้เรื่องนี้เงียบหายไป

ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ก็ร่วมโพสต์แสดงความยินดีและหวังเห็นสภาฯ ใช้โอกาสนี้ปลดล็อกสนุกเกอร์ให้เป็นกีฬาอย่างเต็มตัว เพื่อเปิดทางให้ไทยมีนักกีฬาระดับโลกเพิ่มขึ้น 

แม้แต่ตัว "เอฟวัน" เคยโพสต์ข้อความตรง ๆ ถึงนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล (เมื่อปี 2568) ในฐานะคนที่ชอบเล่นสนุกเกอร์เหมือนกัน ขอให้ช่วยยกเลิกบ่วงนี้เพื่อให้วงการสอยคิวไทยได้ลืมตาอ้าปากเสียที

“ฝากถึงท่านนายกหนู ที่ชอบเล่นสนุกเกอร์เหมือนกัน ได้โปรดเอากีฬาสนุกเกอร์หลุดจาก พ.ร.บ.พนัน ด้วยนะครับ และได้โปรดเอา 6 แดงโลกมาจัดที่ไทยอีกครั้งนะครับ เพราะไม่ได้จัดมา 2 ปีแล้ว แล้วผมจะแทงลอดขาดำสุดท้ายแม็กซิมั่มให้ดู ฝากแชร์ ๆ กันด้วยนะครับเผื่อนายกเห็น”

ชัยชนะของ เทพไชยา ที่ ยู่ฉาน คือเครื่องพิสูจน์ว่า "สนุกเกอร์คือทักษะและความเพียร" ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคชะตาหรือการพนัน

ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีอำนาจต้อง "คิดใหม่ทำใหม่" วางเรื่องผลประโยชน์แอบแฝงทิ้งไป แล้วคืนศักดิ์ศรีให้กีฬาสอยคิวไทยเพื่อให้เด็กไทยที่มีความฝันได้มีโอกาสเดินเข้าหา "ครู" และ "โต๊ะฝึกซ้อม" อย่างมีเกียรติเหมือนกับกีฬาชนิดอื่น ๆ 

เพราะในวันที่นักกีฬาไทยกด 147 แต้มใส่ตำนานแชมป์โลก กฎหมายที่ล้าสมัยไม่ควรเป็นสิ่งที่มาขวางกั้นความรุ่งโรจน์ของพวกเขาอีกต่อไป 

หากรัฐบาลอยากผลักดัน Soft Power ด้านกีฬาจริง ๆ การปลดล็อกสนุกเกอร์จากบัญชีการพนัน ไม่ใช่แค่การแก้กฎหมาย แต่มันคือการคืน 'ศักดิ์ศรี' ให้กับไม้คิวที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยมานับครั้งไม่ถ้วน



ที่มาของภาพ : Getty Images
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport