เจาะลึกเบื้องหลัง "แพร" ทวินันท์ เพิ่มพูน สลัดลุคอินฟลูเอนเซอร์ สู่สนามแข่ง Honda Trophy ที่แลกมาด้วยความเจ็บแต่คุ้มค่า เผยรสชาติชีวิตใหม่ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
จาก อินฟลูเอนเซอร์สาวผู้หลงใหลในความเร็วข้างสนาม หน้าสวย สู่ "นักบิดรอยช้ำ" : เบื้องหลังสังเวียนความเร็วที่ "แพร ทวินันท์" ยอมแลกเพื่อรสชาติชีวิต
ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามกึกก้องในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ภาพที่หลายคนคุ้นตาอาจจะเป็นนักแข่งชายอกสามศอก หรือนักกีฬามืออาชีพที่กรำศึกมาอย่างโชกโชน แต่ในรายการ Honda Trophy ปีนี้ มีหนึ่งจุดโฟกัสที่ดึงดูดสายตาและสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนความเร็วไม่น้อย นั่นคือการปรากฏตัวของ "แพร" ทวินันท์ เพิ่มพูน
ไม่ใช่ในฐานะ "อินฟลูเอนเซอร์สาวสวย" ที่ยืนถือร่มหรือโพสท่าถ่ายรูปสวยๆ อยู่พิทวอล์คอย่างที่เราคุ้นชิน แต่ครั้งนี้เธออยู่ในชุดเรซซิ่งสูทเต็มยศ สวมหมวกกันน็อค และกุมแฮนด์รถแข่งรุ่น 250 ซีซี ด้วยแววตาที่มุ่งมั่นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
เมื่อความฝันไม่ได้มีไว้แค่ "ยืนมอง"
"เราดู โมโต จีพี ดู WSBK มาตลอด มันคือแพสชั่นที่อยู่ในสายเลือด" แพรเริ่มต้นบทสนทนาถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัดสินใจฉีกกรอบคอมฟอร์ท โซน (Comfort Zone) ของตัวเอง
สำหรับคนภายนอก โลกของมอเตอร์สปอร์ตอาจดูเท่ หวือหวา และเต็มไปด้วยความเร็ว แต่สำหรับคนที่หลงใหลมันจริงๆ อย่างแพร การเป็นเพียงผู้ชมนอกรั้วกั้นเริ่มไม่เพียงพออีกต่อไป เธออยากรู้ว่า ภายใต้หมวกกันน็อคใบนั้น นักแข่งเขาคิดอะไร? แรงเหวี่ยงในโค้งมันรุนแรงแค่ไหน? และชัยชนะที่แลกมาด้วยความเสี่ยง... รสชาติมันเป็นอย่างไร?
นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอตัดสินใจวางโทรศัพท์มือถือที่ใช้สร้างคอนเทนต์ชั่วคราว แล้วหันมาจับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ ลงสมัครแข่งขันในรายการ Honda Trophy เพื่อพิสูจน์ "ของจริง" ด้วยตัวเอง
ความเจ็บปวด...ค่าผ่านทางสู่ความเป็น "นักแข่ง"
เส้นทางจากไอดอลสู่นักบิด ไม่ได้ปูด้วยพรมแดงหรือกลีบกุหลาบอย่างที่ภาพในโซเชียลมีเดียถ่ายทอดออกมา แพรยอมรับแบบหมดเปลือกว่า โลกแห่งความเป็นจริงในสนามแข่งนั้นโหดร้ายและตรงไปตรงมา
"กว่าจะได้ลงสนามจริง ต้องแลกมาด้วยความเจ็บตัว มีล้ม มีฟกช้ำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของนักกีฬา" แพรเล่าถึงเบื้องหลังรอยยิ้มที่เราเห็น รอยช้ำตามร่างกายคือเหรียญตราแห่งความพยายามที่เธอได้รับจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก การเข้าตามตรอกออกตามประตูของกติกาการแข่งขันจริงทุกประการ ไม่มีการใช้สิทธิพิเศษใดๆ
บทเรียนราคาแพงจากพื้นแทร็ก สอนให้เธอเข้าใจหัวอกของนักแข่งระดับโลกอย่างลึกซึ้ง ว่ากว่าที่พวกเขาจะยืนบนโพเดียมรับถ้วยรางวัล ร่างกายและจิตใจต้องผ่านการเจียระไนจากความเจ็บปวดมานับครั้งไม่ถ้วน โชคดีที่เทคโนโลยีความปลอดภัยของชุดแข่งและระบบเซฟตี้ในปัจจุบันช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา ทำให้เธอยังลุกขึ้นสู้ต่อได้
รสชาติชีวิตที่หาซื้อไม่ได้ "เจ็บแต่คุ้ม" นี่คือคำนิยามสั้นๆ แต่ทรงพลังที่แพรทิ้งท้ายไว้ การได้ลงหวดคันเร่งในสนามระดับโลกอย่าง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ไม่ใช่แค่การแข่งขันเพื่อชัยชนะ แต่มันคือการชนะใจตัวเอง คือการได้สัมผัส "รสชาติของชีวิต" ในแบบที่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ให้ไม่ได้
วันนี้ "แพร ทวินันท์" ได้พิสูจน์แล้วว่า เธอไม่ใช่แค่ไม้ประดับข้างสนาม แต่คือนักแข่งที่มีหัวใจเกินร้อย และในปีนี้ แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตคงต้องจับตามองเธอให้ดี เพราะเชื่อเหลือเกินว่า ภายใต้บุคลิกสดใสนี้ ยังมีเซอร์ไพรส์และความมุ่งมั่นอีกมากมายที่รอระเบิดฟอร์มในสนาม ให้วงการความเร็วเมืองไทยได้ตื่นเต้นกันอีกแน่นอน