"ก้อง สมเกียรติ" มุ่งมั่น ลุยเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนาม 11 ที่โปรตุเกส หลังฮอนด้าต่อสัญญาปี 2027

"ก้อง สมเกียรติ" มุ่งมั่น ลุยเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนาม 11 ที่โปรตุเกส หลังฮอนด้าต่อสัญญาปี 2027
"ก้อง" สมเกียรติ จันทรา ผนึกกำลัง ฮอนด้า เอชอาร์ซี ลุยศึกเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ 2026 สนาม 11 ที่โปรตุเกส 9-11 ต.ค. นี้ หลังเพิ่งต่อสัญญาใหม่ลุยต่อปี 2027

"ก้อง" สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดขวัญใจชาวไทย หมายเลข 35 จากโครงการ "ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม" พร้อมจับมือ เจค ดิ๊กสัน ทีมเมทชาวอังกฤษ ลุยศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 11 ณ สนาม เซิร์กอิโต เอสโตริล ประเทศโปรตุเกส ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคมนี้

การแข่งขันสนามนี้นับเป็นรองสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งมีความสำคัญต่อโปรเจกต์การพัฒนารถแข่ง Honda CBR1000RR-R ของทีมโรงงาน ฮอนด้า เอชอาร์ซี โดยก่อนหน้านี้ทีมได้ผ่านการทดสอบ ณ สนามแห่งนี้มาแล้วเป็นเวลา 2 วันเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งในสภาพแทร็กแห้งและเปียก ทำให้มีข้อมูลการเซ็ตติ้งที่ครอบคลุม

นอกจากนี้ นักบิดไทยยังเพิ่งทำผลงานโดดเด่นจากการได้รับโอกาสลงแข่งขันในศึก โมโตจีพี รายการ เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ให้กับ ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมช่วยทีมคว้า 3 คะแนนได้สำเร็จ ก่อนที่ต้นสังกัดจะประกาศต่อสัญญาฉบับใหม่กับเจ้าตัวออกไปอีก 1 ปี เพื่อร่วมล่าความสำเร็จในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2027 ต่อไป

สมเกียรติ จันทรา เปิดเผยถึงความพร้อมว่า "ผมมาถึงเอสโตริลด้วยความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม และพร้อมสานต่อการทำงานร่วมกับทีม เพื่อผลักดันตัวเองและพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากการทดสอบ 2 วันเมื่อเดือนสิงหาคมทำให้เราเห็นแนวทางที่ดีในการปรับเซ็ตค่าต่างๆ ของรถ รวมถึงการทดสอบระยะยาว (long run) ซึ่งทำเวลาต่อรอบได้น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องทำงานหนักต่อไปเพื่อยกระดับผลงานขึ้นไปอีกขั้น"

สำหรับโปรแกรมศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 11 จะเริ่มรอบซ้อมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม ก่อนจะจับเวลารอบซูเปอร์โพลเพื่อจัดอันดับสตาร์ตในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม และดวลความเร็วเรซแรกในคืนวันเดียวกัน เวลา 21.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถร่วมส่งกำลังใจเชียร์ "ก้อง" สมเกียรติ จันทรา และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ (https://facebook.com/HondaRacingTeamTH) 




ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport