นอร์ริส แชมป์ส่งท้าย ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ อำลาปฏิทินเอฟวันอย่างเป็นทางการ

นอร์ริส แชมป์ส่งท้าย ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ อำลาปฏิทินเอฟวันอย่างเป็นทางการ
แลนโด้ นอร์ริส ผงาดคว้าแชมป์ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ 2026 ส่งท้ายการปิดฉากจัดแข่งอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่รีเทิร์นสู่ปฏิทินฟอร์มูล่า วัน เมื่อปี 2021

การแข่งขันรถสูตรหนึ่ง ฟอร์มูล่า วัน 2026 สนามที่ 12 รายการ ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ ในรอบชิงชนะเลิศ (Main Race) ที่สนาม ซันต์โฟร์ต เซอร์กิต เมืองซันต์โฟร์ต ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค.69 ที่ผ่านมา มีแฟนมอเตอร์สปอร์ตเข้าชมตลอดสุดสัปดาห์กว่า 325,000 คน หลังผ่านพ้นช่วงพักครึ่งฤดูกาลซัมเมอร์เบรค

เปิดฉากแข่งขันท่ามกลางสภาพแทร็กเปียกชื้น และเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญทันทีหลังจบการแข่งขันรอบแรก เมื่อ แม็กซ์ เวอร์สแต๊พเพ่น แชมป์โลก 4 สมัยชาวเนเธอร์แลนด์ จากทีม เรดบูลล์ เรซซิ่ง เสียการควบคุมบริเวณโค้งสุดท้าย ล้อไปแตะเส้นสีเปียกน้ำจนรถหมุนอัดกำแพงอย่างรุนแรง ส่งผลให้กรรมการต้องสั่งตีธงแดงระงับการแข่งขัน โดยเจ้าตัวไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงแต่อย่างใด ขณะที่ กาเบรียล บอร์โตเลโต้ นักแข่งชาวบราซิลจากทีม อาวดี้ เสียหลักหมุนบนแทร็กเช่นกัน แต่ยังประคองรถแข่งต่อได้

หลังกลับมารีสตาร์ทแข่งขันกันต่อแบบ Standing Start บนแทร็กที่เริ่มแห้ง คิมี่ อันโตเนลลี นักแข่งดาวรุ่งชาวอิตาลี จากทีม เมอร์เซเดส เอเอ็มจี ชิงจังหวะออกตัวแซง แลนโด้ นอร์ริส นักแข่งชาวอังกฤษ จากทีม แมคลาเรน ขึ้นไปเป็นผู้นำ อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ในช่วงการเข้าพิทรอบที่สอง เมื่อ แมคลาเรน เลือกใช้กลยุทธ์ยืดระยะการวิ่งของ นอร์ริส ให้อยู่บนแทร็กนานกว่า คิมี่ อันโตเนลลี ถึง 7 รอบ ก่อนออกมาทำความเร็วด้วยยางที่สดกว่า

ความสดของยางส่งผลให้ นอร์ริส ไล่บดกลุ่มหน้าอย่างหนัก ก่อนอาศัยจังหวะเบรกดึกแซง อันโตเนลลี ที่โค้ง 1 (Tarzan) ในรอบที่ 54 และฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ เซอร์ ลูอิส แฮมิลตัน อดีตแชมป์โลก 7 สมัยชาวอังกฤษ จากทีม เฟอร์รารี่ แซงผ่านขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยว พร้อมทะยานเข้าเส้นชัยคว้าแชมป์ไปครองด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 4 นาที 44.859 วินาที ด้านอันดับ 2 ตกเป็นของ คิมี่ อันโตเนลลี จากทีม เมอร์เซเดส เอเอ็มจี ตามหลัง 11.536 วินาที และอันดับ 3 เป็นของเพื่อนร่วมทีมอย่าง จอร์จ รัสเซลล์ นักแข่งชาวอังกฤษ ตามหลัง 15.906 วินาที

ขณะเดียวกัน ค่าย เมอร์เซเดส เอเอ็มจี เกิดประเด็นดราม่าคำสั่งทีมช่วงท้ายเกม เมื่อสัญญาณรถความปลอดภัยเสมือน (VSC) ทำงาน ทางทีมได้สั่งให้ จอร์จ รัสเซลล์ ยอมปล่อยให้ คิมี่ อันโตเนลลี ผ่านขึ้นไปรั้งอันดับ 2 เพื่อผลต่อคะแนนสะสมชิงแชมป์โลก ซึ่งแม้ รัสเซลล์ จะตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจาก แฮมิลตัน ที่ไล่หลังมาติดๆ แต่ยังคงประคองรถเข้าเส้นชัยอันดับ 3 คว้าโพเดียมได้สำเร็จ

ส่วน เฟอร์นานโด อลอนโซ่ อดีตแชมป์โลก 2 สมัย ชาวสเปน จากทีม Aston Martin-Honda ทำผลงานน่าประทับใจด้วยกลยุทธ์เข้าพิทเพียงครั้งเดียว จบอันดับ 9 คว้า 2 แต้มแรกให้กับต้นสังกัดนับตั้งแต่ศึกโมนาโก กรังด์ปรีซ์ 

ด้านอเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ นักแข่งชาวไทยจากทีมวิลเลี่ยมส์ ที่ออกสตาร์ตจากอันดับ 16 แต่สุดท้ายก็ทำผลงานได้อย่างเต็มที่แล้วต้องออกจากการแข่งขันในรอบสุดท้าย เนื่องจากรถมีปัญหา พลาดในการเก็บแต้มในสนามนี้ไปอย่างน่าเสียดาย 

การแข่งขันรายการนี้ถือเป็นการปิดฉากศึก ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ ในปฏิทินการแข่งขันฟอร์มูล่า วันอย่างเป็นทางการ ส่วนสนามต่อไปจะเป็นรายการ อิตาเลียน กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 4-6 ก.ย.69 ที่สนาม ออโตโดรโม นาซิอองนาเล มอนซ่า เมืองมอนซ่า ประเทศอิตาลี แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางช่อง Bein Sport 1 (607)






ที่มาของภาพ : Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport