"เบซเซคคี" ชวดลงบิดรอบเมนเรซโมโต จีพี เช็กเกีย เหตุทะเลาะ-ทำร้ายมาร์แชล

"เบซเซคคี" ชวดลงบิดรอบเมนเรซโมโต จีพี เช็กเกีย เหตุทะเลาะ-ทำร้ายมาร์แชล
มาร์โก เบซเซคคี นักบิดอิตาเลียนจาก อาพริเลีย เรซซิ่ง โดน FIM MotoGP Stewards สั่งแบนจากการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โมโตจีพี กรังด์ปรี์ ออฟ เช็กเกีย ในวันอาทิตย์นี้ หลังระเบิดอารมณ์ใส่เจ้าหน้าที่สนาม (Marshal) ช่วงอุบัติเหตุล้มในรอบสปรินต์เรซ แม้ต้นสังกัดยื่นอุทธรณ์ด่วนแต่โดนยกคำร้องทันควัน

มาร์โก เบซเซคคี นักบิดชาวอิตาเลียนจากทีม อาพริเลีย เรซซิ่ง (Aprilia Racing) จะหมดสิทธิ์ลงแข่งขันในศึก กรังด์ปรีซ์ ออฟ เช็ก รอบชิงชนะเลิศ (Main Race) ในวันอาทิตย์นี้ หลังจากที่เจ้าตัวประสบอุบัติเหตุล้มในการแข่งขันรอบสปรินต์เรซ ที่สนาม เบอร์โน ออโตโดรโม ประเทศเช็กเกีย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดอุบัติเหตุ เจ้าตัวได้มีปากเสียงรวมถึงการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่สนาม (Marshal) จนถูกเรียกตัวเข้าพบคณะกรรมการควบคุมการแข่งขัน FIM MotoGP Stewards

ในเอกสารคำตัดสินของคณะกรรมการ FIM MotoGP Stewards ระบุถึงสาเหตุการสั่งพักการแข่งขันครั้งนี้ว่า หลังจากเกิดอุบัติเหตุล้ม มาร์โก เบซเซคคี ได้ทำการผลักและทุบตีเจ้าหน้าที่สนามที่กำลังพยายามเข้าไปกู้คืนรถจักรยานยนต์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎการแข่งขันข้อ 3.3.2.2 ที่ระบุว่าเป็นการกระทำที่ส่งผลเสียต่อผลประโยชน์และภาพลักษณ์ของกีฬา (prejudicial to the interests of the sport)

หลังจากเสร็จสิ้นการพิจารณาและรับฟังคำชี้แจงแล้ว ทางคณะกรรมการ FIM MotoGP Stewards ได้ยืนยันบทลงโทษให้สั่งแบนนักบิดหมายเลข 72 รายนี้จากการแข่งขัน เช็ก กรังด์ปรีซ์ ส่งผลให้เขาจะไม่สามารถลงบิดในวันอาทิตย์ได้ ทั้งนี้ ทางทีม อาพริเลีย เรซซิ่ง ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินภายในเวลา 1 ชั่วโมงหลังจากการประกาศบทลงโทษอย่างเป็นทางการ

ล่าสุดผลการยื่นอุทธรณ์ของทีม อาพริเลีย เรซซิ่ง ถูกยกคำร้องเป็นที่เรียบร้อย ส่งผลให้ มาร์โก เบซเซคคี หมดสิทธิ์ลงแข่งขันแน่นอนแล้ว หลังจากคณะกรรมการอุทธรณ์ FIM MotoGP Appeal Stewards ได้พิจารณาและมีคำสั่งยืนยันตามบทลงโทษเดิมของคณะกรรมการควบคุมการแข่งขัน

สำหรับการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ (Main Race) ศึก เช็ก กรังด์ปรีซ์ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. 69 นี้ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ตามเวลาในประเทศไทย แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดได้ทางช่อง SPOTV 2 (690)



ที่มาของภาพ : Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport