ก่อนเริ่มฤดูกาล 2026 หลายคนมองว่า เฟอร์รารี่ คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะต่อกรกับ เมอร์เซเดส ได้
แต่หลังผ่าน แคนาดา กรังด์ปรีซ์ มุมมองนั้นเริ่มเปลี่ยนไป เพราะสนามต่อไปคือ โมนาโก
และนี่อาจเป็นโอกาสดีที่สุดของ ลูอิส แฮมิลตัน และ เฟอร์รารี่ เพื่อล้ม เมอร์เซเดส เป็นครั้งแรกของปี
เมื่อ 12 เดือนก่อน ลูอิส แฮมิลตัน เดินทางสู่ โมนาโก กรังด์ปรีซ์ ในฐานะนักขับ เฟอร์รารี่ ครั้งแรกด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม
โมนาโก คือบ้านของเขา เฟอร์รารี่ คือทีมในฝันของเขา
การได้ขับรถสีแดงบนสตรีทเซอร์กิตที่โด่งดังที่สุดในโลก คือภาพที่เขาจินตนาการมาตลอด
อย่างไรก็ตาม ความจริงไม่เป็นแบบนั้น ชาร์ลส์ เลอแคลร์ เร็วกว่า ควอลิฟายดีกว่า จบการแข่งขันดีกว่า
แถม แฮมิลตัน ยังโดนปรับกริดสตาร์ตจากจังหวะขวาง แม็กซ์ เวอร์สแตพเพ่น ในรอบควอลิฟาย สุดท้ายจบเพียงอันดับ 5
เจ้าตัวบอกว่าอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้ลุ้นอะไรเลย
ผ่านมาหนึ่งปี บรรยากาศเปลี่ยนไปมาก
แฮมิลตัน เพิ่งคว้าอันดับ 2 ที่ แคนาดา ซึ่งเป็นผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ “ม้าลำพอง” ก่อนหน้านั้นเขาจบอันดับ 3 ที่ประเทศจีน
เจ้าของแชมป์โลก 7 สมัย ยอมรับว่าตัวเองต้องขุดลึกลงไปในตัวเองอย่างหนักเพื่อกลับมาถึงจุดนี้
เขาพูดถึงการฝ่าภูเขาอุปสรรคที่เกิดขึ้นเบื้องหลังตลอดช่วงที่ผ่านมา
ฤดูกาล 2025 ที่เขาเคยเรียกว่าฝันร้ายกำลังค่อย ๆ ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
แฮมิลตัน บอกว่าตอนนี้เขาทำงานร่วมกับทีมวิศวกรชุดใหม่ได้ดีขึ้นมาก
ความสัมพันธ์กับ เฟร็ด วาสเซอร์ หัวหน้าทีมก็แข็งแรงขึ้น
ทั้งหมดเริ่มสะท้อนออกมาผ่านผลงานในสนาม
ปัจจุบันเขาตามหลัง เลอแคลร์ บนตารางคะแนนเพียง 3 คะแนน และสิ่งสำคัญกว่านั้นคือ โมนาโก อาจเป็นสนามที่ เมอร์เซเดส ไม่ได้เปรียบเหมือนเดิม
ตลอด 5 สนามแรกของปี เมอร์เซเดส เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน
กฎใหม่ปี 2026 เปิดโอกาสให้พวกเขาพัฒนาเครื่องยนต์และรถได้ดีกว่าคู่แข่ง
คิมี่ อันโตเนลลี่ ชนะ 4 สนามติดต่อกัน
จอร์จ รัสเซลล์ ชนะสนามเปิดฤดูกาลที่ออสเตรเลีย
เมอร์เซเดส ทิ้งห่าง เฟอร์รารี่ ในคะแนนประเภททีมถึง 72 คะแนน
จุดต่างสำคัญอยู่ที่เครื่องยนต์
แฮมิลตัน อธิบายชัดเจนหลังจบแคนาดา เขาบอกว่าในโค้ง เฟอร์รารี่ สามารถตาม เมอร์เซเดส ได้ แต่เมื่อเข้าสู่ทางตรง เมอร์เซเดส จะค่อย ๆ หนีออกไป
แม้ใช้ระบบโอเวอร์เทคแล้วก็ยังไล่ไม่ทัน ข้อมูล GPS สนับสนุนเรื่องนี้
รถเฟอร์รารี่ ทำเวลาได้ดีกว่าในจังหวะออกจากโค้งความเร็วต่ำแสดงให้เห็นว่าตัวรถหรือโครงสร้างและแอโรไดนามิกของรถมีประสิทธิภาพสูง
แต่เมื่อเข้าสู่ทางตรง รัสเซลล์ สามารถทำความเร็วปลายได้มากกว่า แฮมิลตัน ถึง 5 ไมล์ต่อชั่วโมง
นั่นคือความแตกต่างที่เกิดจากพละกำลังของเครื่องยนต์
ปัญหาคือ โมนาโก ไม่ได้ตัดสินกันที่เครื่องยนต์ ทางตรงสั้นมาก พื้นที่แคบมาก โค้งเต็มสนาม ความเร็วในโค้งสำคัญกว่าความเร็วปลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าทาง เฟอร์รารี่
แฮมิลตัน ยอมรับตรง ๆ ว่า "รถของเราอาจแข็งแกร่งมากที่นั่น"
และประโยคสำคัญคือ "ถ้าตัดข้อเสียเรื่องพละกำลังเครื่องยนต์ออกไป เราสามารถสู้กับพวกเขาได้"
นี่คือหัวใจของเรื่องทั้งหมด
โมนาโก คือสนามที่อาจซ่อนจุดอ่อนของ เฟอร์รารี่ เอาไว้
สนามนี้ยังเป็นสนามที่วัดความกล้าของนักขับมากกว่าสนามอื่น
ยิ่งขับเข้าใกล้กำแพงได้มากเท่าไร ยิ่งได้เวลาเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ความแตกต่างอาจอยู่ในระดับเสี้ยวมิลลิเมตร
และนั่นคือเหตุผลที่ความมั่นใจของนักขับมีความสำคัญมาก
แคนาดา อาจเป็นสุดสัปดาห์ที่ดีที่สุดของ แฮมิลตัน นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ เฟอร์รารี่
เขาสู้กับ เวอร์สแตพเพ่น แบบล้อต่อล้อ มีความมั่นใจ และกำลังมาถึงสนามที่เหมาะกับรถของตัวเองที่สุดสนามหนึ่ง
แน่นอนว่าเขาไม่ได้เป็นคนเดียวที่มองเห็นโอกาสนี้
เลอแคลร์ คือเจ้าถิ่น ลันโด้ นอร์ริส คือแชมป์โมนาโกคนล่าสุด ออสการ์ ปิอัสตรี ก็กำลังไล่ล่าชัยชนะครั้งแรกที่สนามแห่งนี้
หากมองจากข้อมูลตลอด 5 สนามแรกของปี
นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ เมอร์เซเดส ไม่ได้เป็นตัวเต็งแบบเบ็ดเสร็จ
และนี่อาจเป็นสุดสัปดาห์ที่ ลูอิส แฮมิลตัน รอคอยมาตลอดตั้งแต่ย้ายเข้าสู่ มาราเนลโล
เพราะถ้า เฟอร์รารี่ จะเริ่มท้าทาย เมอร์เซเดส ได้จริง โมนาโก คือสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดที่จะเริ่มต้นเรื่องนั้น
#hossalonso