มิก้า ซาโล ยันไม่ได้ถูกทำร้าย คาดแผล 28 เข็มเกิดจาก จยย.เฉี่ยวกลางกรุงเทพฯ

มิก้า ซาโล ยันไม่ได้ถูกทำร้าย คาดแผล 28 เข็มเกิดจาก จยย.เฉี่ยวกลางกรุงเทพฯ
อดีตนักขับ F1 “มิก้า ซาโล” เข้าให้ปากคำตำรวจหลังบาดเจ็บเย็บ 28 เข็มกลางกรุงเทพฯ ยืนยันไม่มีการชิงทรัพย์หรือทำร้ายร่างกาย ขณะตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานอาจเกิดจากป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์เฉี่ยว

ความคืบหน้ากรณี มิก้า ซาโล อดีตนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน (F1) ชาวฟินแลนด์ วัย 59 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาซ้ายจนต้องเย็บถึง 28 เข็ม ระหว่างเดินอยู่ย่านสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร ล่าสุดเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกชิงทรัพย์ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้ประสานเชิญตัว ซาโล เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณแยกนานา เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา

อดีตนักขับเฟอร์รารี่ เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุเขากำลังเดินข้ามทางม้าลายใกล้โรงแรมที่พัก และรู้สึกเพียงเหมือนมีรถจักรยานยนต์เฉี่ยวผ่านเบา ๆ จึงไม่ได้เอะใจอะไร ก่อนจะเดินต่อไปตามปกติ

อย่างไรก็ตาม หลังเดินไปได้ราว 50 เมตร มีคนตะโกนแจ้งว่าบริเวณขามีเลือดไหลจำนวนมาก เมื่อลองก้มลงมองจึงพบว่ารองเท้าเต็มไปด้วยเลือด ก่อนรีบขึ้นแท็กซี่เดินทางไปโรงพยาบาลทันที

หลังเข้ารับการตรวจ แพทย์พบว่าแผลลึกถึงกล้ามเนื้อ ต้องเย็บรวมทั้งหมด 28 เข็ม แบ่งเป็นเย็บกล้ามเนื้อ 8 เข็ม และผิวหนังอีก 20 เข็ม โดยบุคลากรทางการแพทย์ตั้งข้อสังเกตว่าแผลมีลักษณะคล้ายถูกของมีคม

อย่างไรก็ตาม ซาโล ยืนยันว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกว่าถูกใครทำร้าย และไม่มีทรัพย์สินสูญหาย จึงเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นอุบัติเหตุมากกว่า พร้อมย้ำว่าไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น และยังมองว่า กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองที่ปลอดภัย รวมถึงตั้งใจจะกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกในอนาคต

ด้าน พ.ต.ต.ยศวีร์ จันทวาท พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยเบื้องต้นยังไม่มีผู้เสียหายรายใดเข้าแจ้งความในคดีลักษณะถูกทำร้ายบริเวณดังกล่าวในช่วงเวลาเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ตำรวจได้รับข้อมูลจากโรงพยาบาลว่า เคยมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บลักษณะใกล้เคียงกันมาก่อน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากการถูกป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์เฉี่ยว จนทำให้เกิดบาดแผลลึกบริเวณขา โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดต่อไป



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport