สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ เอฟไอเอ (FIA) องค์กรกำกับดูแลการแข่งขันฟอร์มูล่า วัน ออกมาประกาศขยับกฎระเบียบด้านการจัดการพลังงานของตัวรถเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะมีการลงสนามรอบควอลิฟายในศึก เจแปนนีส กรังด์ปรีซ์ สุดสัปดาห์นี้
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทาง FIA ได้ร่วมโต๊ะเจรจากับทั้ง 11 ทีมแข่ง รวมถึงบรรดาผู้ผลิตเครื่องยนต์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น เมอร์เซเดส, เฟอร์รารี่, เรดบูลล์ ฟอร์ด, อาวดี้ และ ฮอนด้า เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับผลตอบรับ จากนักขับในช่วง 2 สนามแรกของฤดูกาลมาวิเคราะห์อย่างละเอียด
โดยมติในที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ให้มีการ "ลด" เพดานสูงสุดของการประจุพลังงาน สำหรับรอบควอลิฟายที่สนามซูซูกะ จากเดิม 9 เมกะจูล เหลือเพียง 8 เมกะจูล เท่านั้น
การปรับเปลี่ยนดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงให้เหล่านักขับไม่สามารถสะสมพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่ในช่วงทางตรงได้มากเท่าเดิม ซึ่งเป้าหมายหลักของ FIA คือการบีบให้นักขับต้องใช้ทักษะในการควบคุมคันเร่งมากขึ้น ลดการทำ 'Lifting and Coasting' (การยกคันเร่งเพื่อถอนความเร็ว) เพื่อให้รอบควอลิฟายเป็นการวัดกึ๋นและความสามารถของตัวนักขับอย่างแท้จริง
สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA) กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีก่อนการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ญี่ปุ่นว่า "การปรับเปลี่ยนนี้สะท้อนถึงข้อเสนอแนะจากนักขับและทีมต่าง ๆ ที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษารอบคัดเลือกให้เป็นความท้าทายด้านประสิทธิภาพ"
"FIA สังเกตว่าการแข่งขันครั้งแรกภายใต้กฎระเบียบปี 2026 ประสบความสำเร็จในเชิงปฏิบัติการ และการปรับปรุงที่มุ่งเน้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพตามปกติ เนื่องจากกรอบกฎระเบียบใหม่ได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติมในสภาพการใช้งานจริง"
"FIA ร่วมกับทีม F1 และผู้ผลิตเครื่องยนต์ ยังคงยอมรับวิวัฒนาการด้านการจัดการพลังงาน โดยมีกำหนดการหารือเพิ่มเติมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า"