เจาะ 5 ประเด็นร้อน F1 ไชนีส กรังด์ปรีซ์ 2026 : "อันโตเนลลี่" เฮเรซแรก-ฝันร้ายค่ายส้มและกระทิง

เจาะ 5 ประเด็นร้อน F1 ไชนีส กรังด์ปรีซ์ 2026 : "อันโตเนลลี่" เฮเรซแรก-ฝันร้ายค่ายส้มและกระทิง
รูดม่านปิดฉากลงอย่างสุดระทึกสำหรับ ไชนีส กรังด์ปรีซ์ 2026 ในเซี่ยงไฮ้ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามที่เต็มไปด้วยจุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาล เมื่อดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง คิมี่ อันโตเนลลี่ ประกาศศักดาคว้าชัยแรกในชีวิตพาเมอร์เซเดสผงาดเหมาโพเดียม ขณะที่ยักษ์ใหญ่อย่าง แมคลาเรน และ เรดบูล กลับต้องเผชิญกับอาถรรพ์ระบบไฟฟ้าจนแต้มหลุดมือ

การแข่งขันศึกไชนีส กรังด์ปรีซ์ 2026 ที่ เซี่ยงไฮ้ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีหลากเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ทั้งชัยชนะแรกของ อันโตเนลลี่ รวมถึงปัญหาทางเทคนิคของหลายๆทีม วันนี้ Siamsport ขอเจาะลึก 5 ประเด็นร้อนที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์หลังจบศึกที่แดนมังกร

1.อันโตเนลลี่ คว้าชัย - สุดสัปดาห์ทองของเมอร์เซเดส 

ชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดหลังการแข่งขันไชนีส กรังด์ปรีซ์ หนีไม่พ้น อันเดรีย คิมี่ อันโตเนลลี่ นักขับดาวรุ่งชาวอิตาเลียนที่ระเบิดฟอร์มไดอย่างสุดยอด คว้าชัยชนะครั้งแรกในอาชีพได้สำเร็จ

นักซิ่งวัย 19 ปี สร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีช ตลอดทั้งสุดสัปดาห์ โดยเริ่มจากการทำผลงานโดดเด่นในรอบควอลิฟาย ก่อนคว้า โพล โพซิชั่น มาครอง และในวันแข่งขันจริงก็สามารถควบคุมจังหวะการแข่งขันได้อย่างนิ่งเกินวัย

ตลอดการแข่งขัน อันโตเนลลี่ สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำได้อย่างมั่นคง ทั้งในช่วงสตาร์ต การบริหารยางในแต่ละสตินต์ รวมถึงการคุมจังหวะพิทสต็อปของทีม ก่อนจะพารถเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก เก็บชัยชนะครั้งแรกในศึก  ฟอร์มูล่า วัน ได้สำเร็จ

ชัยชนะดังกล่าว ยังทำให้เขากลายเป็นนักขับที่คว้าชัยในเมนเรซด้วยอายุน้อยเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ ด้วยวัย 19 ปี 202 วัน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของดาวรุ่งที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของยุคใหม่ใน ฟอร์มูล่า วัน 

ขณะเดียวกัน เมอร์เซเดส ยังปิดสุดสัปดาห์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อ จอร์จ รัสเซลล์ ซึ่งคว้าชัยในสปรินต์เรซเมื่อวันเสาร์ ยังคงรักษาฟอร์มแข็งแกร่งในเมนเรซ ก่อนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับสอง ส่งผลให้ทีมเหมาทั้งอันดับ 1 และ 2 ในสนามนี้

ผลงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ารถแข่งของค่ายจากเยอรมัน มีความสมดุลอย่างมาก ทั้งในด้านความเร็วระยะยาว การจัดการยาง และเสถียรภาพของตัวรถ ทำให้ทีม “ดาวสามแฉก” กลับมาเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของกริดอีกครั้ง และอาจกลายเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ที่น่ากลัวสำหรับ แมคลาเรน ตลอดฤดูกาล 2026 

2. ฝันร้ายของแมคลาเรน – เรดบูล

ด้าน แมคลาเรน ต้องเผชิญสถานการณ์ที่แทบเรียกได้ว่า “ฝันร้าย” ตั้งแต่ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้น เมื่อรถแข่งของทั้ง แลนโด นอร์ริส และ ออสการ์ ปิอัสตรี พบปัญหาทางเทคนิคเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าในช่วงก่อนออกสตาร์ต ทำให้ทีมจำเป็นต้องตัดสินใจถอนรถทั้งสองคันออกจากการแข่งขัน 

การต้องรีไทร์ก่อนเริ่มเรซถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ เพราะไม่เพียงทำให้ทีมพลาดโอกาสเก็บคะแนนสำคัญ แต่ยังส่งผลต่อโมเมนตัมของทีมในช่วงต้นฤดูกาลอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ แมคลาเรน ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทีมที่มีศักยภาพในการลุ้นตำแหน่งหัวแถวของกริดในปีนี้

ขณะที่อีกหนึ่งทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เรดบูล เรซซิ่ง ก็ต้องเผชิญกับสุดสัปดาห์ที่ไม่น่าจดจำเช่นกัน เมื่อแชมป์โลก 4 สมัยอย่าง แม็กซ์ เวอร์สแต๊พเพ่น ต้องออกจากการแข่งขันกลางคันจากปัญหาทางเทคนิคของตัวรถ ส่งผลให้ทีมพลาดโอกาสเก็บคะแนนสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย  

3.เฟอร์รารี่เริ่มคืนชีพ – แฮมิลตันคว้าโพเดียมแรก

อีกหนึ่งทีมที่ส่งสัญญาณบวก หลังจบเรซนี้ นั่นก็คือ สคูเรีย เฟอร์รารี่ หลังจากผลงานของทีมม้าลำพองเริ่มแสดงให้เห็นว่ารถแข่งกำลังเข้าสู่จุดที่ลงตัวมากขึ้น ทั้งในเรื่องความเร็วและความสม่ำเสมอในการแข่งขัน

โดยสัญญาณดังกล่าวเริ่มปรากฏตั้งแต่การแข่งขันสปรินต์เรซในวันเสาร์ เมื่อ ชาร์ลส์ เลอแคลร์ สามารถจบอันดับ 2 ขณะที่ แฮมิลตัน ตามเข้ามาเป็นอันดับ 3 แสดงให้เห็นว่ารถของเฟอร์รารี่มีความเร็วในระยะสั้นที่ดีพอจะต่อสู้กับทีมระดับหัวแถวได้

อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์สำคัญของสุดสัปดาห์อยู่ที่การแข่งขันเมนเรซวันอาทิตย์ เมื่อ ลูอิส แฮมิลตัน สามรถขึ้นโพเดียมได้สำเร็จ ด้วยการเข้าเส้นชัยในอันดับ 3 นับเป็นโพเดียมแรกของเจ้าตัวกับเฟอร์รารี่ นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม ม้าลำพอง เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะที่ เลอแคร์ ยังคงรักษาฟอร์มได้อย่างสม่ำเสมอ ก่อนเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 4 

ภาพรวมของผลงานที่เซี่ยงไฮ้จึงสะท้อนให้เห็นว่ารถของเฟอร์รารี่เริ่มมีความสมดุลมากขึ้น ทั้งในเรื่องเพซระยะยาวและเสถียรภาพของตัวรถ ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าทีมม้าลำพองกำลังค่อย ๆ กลับมาอยู่ในเส้นทางการต่อสู้กับกลุ่มทีมระดับท็อปของกริดอีกครั้ง

4.ระบบไฟฟ้าทำพิษ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงหลังจบศึกไชนีส กรังด์ปรีซ์ คือ ปัญหาทางเทคนิคของระบบพลังงาน ซึ่งกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อผลการแข่งขันโดยตรง โดยเฉพาะในยุคที่รถแข่งต้องพึ่งพาระบบไฮบริดและระบบไฟฟ้ามากขึ้น 

กรณีที่เห็นชัดที่สุดคือรถของ แม็กซ์ เวอร์สแต๊พเพ่น จากทีม เรดบูล เรซซิ่ง ที่ต้องออกจากการแข่งขันกลางคัน หลังพบปัญหาในระบบ ERS หรือระบบกู้คืนพลังงาน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของรถแข่งยุคปัจจุบัน เพราะมีบทบาททั้งในการเก็บพลังงานจากการเบรกและนำพลังงานกลับมาใช้เพิ่มกำลังในจังหวะเร่งความเร็ว

เมื่อระบบดังกล่าวเกิดความผิดปกติ จึงส่งผลต่อการจัดการพลังงานตลอดทั้งเรซ ส่งผลให้ไม่สามารถรักษาเพซการแข่งขันได้ตามปกติ และท้ายที่สุดทีมต้องตัดสินใจนำรถออกจากการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางเทคนิคในสนามนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเรดบูลเพียงทีมเดียว เพราะก่อนเริ่มการแข่งขันยังมีนักขับอีกหลายคนที่ไม่สามารถลงแข่งได้ เนื่องจากรถมีปัญหาด้านระบบไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น แลนโด นอร์ริส และ ออสก้า ปิอัสตรี จากทีม แมคลาเรน รวมถึง อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ นักซิ่งขวัญใจชาวไทย จากทีมวิลเลี่ยมส์ และดาวรุ่งอย่าง กาเบรียล บอร์โตเลโต้ จากทีมอาวดี้ ต่างต้องถอนตัวจากการแข่งขันตั้งแต่ก่อนออกสตาร์ต

5.สุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมของ “อัลพีน”

ท่ามกลางความวุ่นวายของหลายทีมในสนามนี้ แต่มีอีกหนึ่งทีมที่สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ นั่นก็คือ อัลพีน 

โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดมาจาก ปิแอร์ แกสลีย์ นักซิ่งเลือดน้ำหอม ที่ขับได้อย่างแข็งแกร่งตลอดทั้งการแข่งขัน ก่อนเข้าเส้นชัยในอันดับ 6 เก็บคะแนนสำคัญให้กับทีมสำเร็จ 

ขณะเดียวกัน เพื่อนร่วมทีมอย่าง ฟรังโก้ โคลาปินโต ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจเช่นกัน หลังเข้าเส้นชัยในอันดับ 10 คว้าแต้มสุดท้ายของการแข่งขันมาครองได้สำเร็จ 

ผลการแข่งขันที่เซี่ยงไฮ้จึงถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเชิงบวกของอัลพีน ที่แสดงให้เห็นว่ารถของพวกเขามีศักยภาพมากพอในการต่อสู้ในกลุ่มกลางตาราง และหากสามารถรักษาความสม่ำเสมอได้ต่อเนื่อง ทีมสัญชาติฝรั่งเศสทีมนี้ ก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามองในศึกฟอร์มูล่าวัน ในฤดูกาลนี้





ที่มาของภาพ : Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport