สรุปความสำเร็จ 7 ปี โมโตจีพี สนามประเทศไทย พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026 สร้างสถิติผู้ชมสูงสุด 2.2 แสนคน ดัน Soft Power ตุ๊กตุ๊กไทยดังกระหึ่มโลก
ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับศึกรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกสนามแรกของฤดูกาล 2026 รายการ พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026 (PT Grand Prix of Thailand 2026) ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพสนามเปิดฤดูกาล ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้ความร่วมมือของ การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
จากการเก็บสถิติตลอด 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2561 ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นสนามยอดนิยมระดับโลก โดยในปี 2569 นี้ มียอดผู้ชมรวมสูงถึง 228,228 คน แบ่งเป็นชาวไทย 82% และชาวต่างชาติ 18% (เพิ่มขึ้น 3% จากปีที่ผ่านมา) โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อนักท่องเที่ยวสูงถึง 36,636 บาทต่อทริป
ความสำเร็จในครั้งนี้ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจภาพรวม ดังนี้:
รายได้หมุนเวียน: สร้างเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 5,139 ล้านบาท
มูลค่าทางภาษี: รัฐได้รับรายได้ในรูปแบบภาษีไม่น้อยกว่า 358 ล้านบาท
การจ้างงาน: ก่อให้เกิดการจ้างงานรวม 7,983 ตำแหน่ง
การท่องเที่ยว: ที่พักใน บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครราชสีมา และชัยภูมิ ถูกจองเต็ม 100% ขณะที่ยอดขายสินค้า OTOP พุ่งสูงกว่าปกติถึง 5 เท่า
ไฮไลต์สำคัญที่สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วโลกคือกิจกรรม Tuk Tuk Challenge ที่นำนักบิดซูเปอร์สตาร์ระดับโลก 21 คน มาประลองความเร็วด้วย รถตุ๊กตุ๊กไทย กลายเป็นคอนเทนต์ที่มียอดการเข้าถึงและแชร์ต่อมากกว่า 1,000 ล้านครั้ง ช่วยสร้างภาพจำใหม่ให้กับประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพที่จัดงานได้อย่างสนุกสนานและเข้าถึงง่าย
ในส่วนของเกมการแข่งขันบนแทร็กเป็นไปอย่างดุเดือด โดยเฉพาะการชิงจังหวะที่ "โค้ง 12" ซึ่งเป็นจุดตัดสินชัยชนะ ผลปรากฏว่า มาร์โก เบซเซคคี จากทีม อพริเลีย เรซซิ่ง บิดนำม้วนเดียวจบคว้าแชมป์สนามแรกของปีไปครอง ขณะที่ยอดนักบิดอย่าง มาร์ค มาร์เกซ พลาดโอกาสลุ้นแชมป์อย่างน่าเสียดายหลังประสบปัญหายางแตกในช่วงท้ายเกม
โมโตจีพี สนามประเทศไทย ยังคงรักษาเอกลักษณ์ มอเตอร์สปอร์ต เฟสติวัล ไว้อย่างเหนียวแน่น ทั้งการจัดศึกมวยไทย 8 คู่หน้าสนาม ช้าง อารีนา, ขบวนรถ Shuttle แต๋น, การบรรเลงเพลงชาติโดยวง เซาะกราว ซิมโฟนี ออเคสตรา และมหกรรมสินค้า OTOP จาก กระทรวงมหาดไทย ที่รวมของดีจากทั่วประเทศมาไว้ในที่เดียว
ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา (2561-2569) โมโตจีพี ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการจัดอีเวนต์ระดับโลก สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสะสมรวมกว่า 30,000 ล้านบาท และปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกอย่างภาคภูมิใจ

