เกิดอะไรขึ้นกับรถ Ducati? เมื่อแชมป์โลกเผยนาทีระทึกล้อหลังระเบิด ขณะกำลังจะกลับเข้าแทร็ก ยอมรับวินาทีนั้นเกือบคว่ำ แม้ฟอร์มจะแรงจัดคว้าที่ 2 ทั้ง Qualify และ Sprint แต่โชคชะตากลับเล่นตลกในวันแข่งจริง
มาร์ค มาร์เกซ นักขับจากทีม Ducati ยอมรับตามตรงว่าเขาโล่งใจอย่างมาก หลังอุบัติเหตุที่ทำให้การแข่งขันของตัวเองต้องจบลง ในศึก Thai Grand Prix สนามเปิดฤดูกาล MotoGP ปี 2026 โดย มาร์เกซ ยอมรับว่ายังไม่เข้าใจถึงสาเหตุที่ล้อหลังพังเสียหายขณะกำลังกลับเข้าสู่แทร็กหลังจากหลุดโค้งออกไป
"ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น มันแปลกมาก ปกติแล้วขอบทาง ประเภทนี้คุณต้องระวังเวลาจะกลับเข้าแทร็ก ซึ่งตามปกติขอบทางถูกออกแบบมาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับตัวรถอยู่แล้วเวลาเราหลุดออกไป"
"ตอนจะกลับเข้าแทร็กคุณต้องระวังเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ผมหลุดออกไปเหมือนที่นักแข่งหลายคนทำตอนซ้อม หรือเหมือนที่ผมเคยทำตอน Winter Test แต่จู่ ๆ ขอบล้อหลังมันเหมือนจะระเบิดออก บอกตรง ๆ ผมรู้สึกโชคดีมาก และดีใจที่รอดจากการล้มที่อาจจะรุนแรงมากๆ มาได้"
มาร์เกซ เล่ารายละเอียดวินาทีสำคัญว่า เขาเริ่มรู้สึกว่ารถเสียการยึดเกาะกลางโค้ง แทนที่จะฝืนดันต่อ เขาตัดสินใจเลือกทางที่ปลอดภัยกว่าตามเป้าหมายหลักของสุดสัปดาห์นี้ คือการขี่ให้จบเพื่อเก็บแต้มสำคัญในชิงแชมป์โลก
"รอบนั้นผมพยายามกดเวลา รถเริ่มมีอาการนิดหน่อยกลางโค้ง ผมเลยชั่งใจว่าจะฝืนเสี่ยงต่อดีไหม หรือจะเลือกทางเซฟด้วยการยอมหลุดวงเลี้ยวออกไป"
"ซึ่งผมเลือกอย่างหลัง เพราะเป้าหมายคือการคุมตัวเองให้จบการแข่งขัน ผมเลือกทางที่เสี่ยงน้อยที่สุดคือยอมเสียเวลาและวนกลับมา แต่พอหลุดออกไปปุ๊บ เราต้องมาดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมหวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นกับใครอีก แต่มันดันมาเกิดกับผม และยางหลังก็ระเบิดออก"
แม้จะมีอุบัติเหตุ แต่แชมป์โลกคนปัจจุบันยังมองว่าภาพรวมสุดสัปดาห์นี้เป็นไปในทางบวก ทั้งการคว้าอันดับ 2 ในรอบคัดเลือกและสปรินต์เรซ โดยเขามั่นใจว่าโพเดียมในวันอาทิตย์อยู่แค่เอื้อมก่อนจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน
นอกจากนี้ แชมป์โลก 9 สมัยยังตั้งข้อสังเกตถึงพัฒนาการของคู่แข่งอย่าง Aprilia และ KTM ที่ได้ความแรงของ เปโดร อคอสต้า มากระตุ้น
"ดูเหมือนคู่แข่งจะก้าวไปอีกขั้น โดยเฉพาะ Aprilia และ KTM ที่มี เปโดร ซึ่งขี่ได้ดีมาก เราต้องทำความเข้าใจและทำงานหนักต่อไป นี่แหละคือการแข่งขัน เราต้องพัฒนาตัวเองในทุกๆ สนาม"
มาร์เกซ จบการแข่งขันนัดเปิดสนามปี 2026 ด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความพอใจในความเร็วของรถ และความหงุดหงิดจากปัญหาทางเทคนิคที่ต้องเร่งแก้ไขก่อนสนามถัดไป