หวัง เหว่ยซวน เฉือน อิม ซองแจ ในการดวลเพลย์ออฟ คว้าแชมป์ SJM Macau Open 2026 พร้อมปลดล็อกแชมป์เอเชียน ทัวร์รายการแรก ด้าน “แดนไท บุญมา” ปิดวันสุดท้าย 5 อันเดอร์ จบอันดับ 5 ร่วม ดีที่สุดในกลุ่มโปรไทย ขณะที่ “โปรตี้” สุธีภัทร์ ประทีปเทียนชัย จบอันดับ 66 ร่วม
การแข่งขันกอล์ฟ SJM Macau Open 2026 ชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33 ล้านบาท) ที่มาเก๊า กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ ระยะ 6,713 หลา พาร์ 70 เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน ปิดฉากรอบสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569
แชมป์ตกเป็นของ หวัง เหว่ยซวน นักกอล์ฟจากไชนีสไทเป หลังดวลเพลย์ออฟเอาชนะ อิม ซองแจ โปรชื่อดังจากเกาหลีใต้ เจ้าของสองแชมป์พีจีเอ ทัวร์ พร้อมคว้าแชมป์เอเชียน ทัวร์รายการแรกในอาชีพ
ทั้งคู่ทำสกอร์รอบสุดท้ายเท่ากันที่ 3 อันเดอร์พาร์ 67 จบ 72 หลุมด้วยสกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 263 ต้องตัดสินแชมป์ด้วยการเพลย์ออฟที่หลุม 18 พาร์ 5 ก่อนที่ เหว่ยซวน จะพัตต์เบอร์ดี้คว้าชัยตั้งแต่หลุมแรก รับเงินรางวัล 180,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6 ล้านบาท
ชัยชนะครั้งนี้ยังเป็นการแก้ตัวของ เหว่ยซวน หลังเจ้าตัวเคยพ่ายเพลย์ออฟในรายการเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว
เหว่ยซวน กล่าวหลังคว้าแชมป์ว่า “ปีที่แล้วผมแพ้เพลย์ออฟที่นี่ พอมาปีนี้ต้องมาเพลย์ออฟที่เดิมอีก ภาพเมื่อปีที่แล้วก็กลับมา ผมเรียนรู้จากครั้งนั้นและบอกตัวเองว่าต้องใจเย็น เล่นให้รอบคอบ ดีใจที่ทำได้สำเร็จ แชมป์นี้มีความหมายกับผมมาก เพราะผมรอคอยแชมป์ในเอเชียน ทัวร์มาตลอด”
แดนไท จบที่ 5 ร่วม ดีที่สุดในกลุ่มโปรไทย
ด้าน แดนไท บุญมา เจ้าของสองแชมป์เอเชียน ทัวร์ แม้เริ่มรอบสุดท้ายด้วยการเสียโบกี้ตั้งแต่หลุมแรก แต่หลังจากนั้นเก็บเพิ่ม 6 เบอร์ดี้ ทำสกอร์รอบนี้ 5 อันเดอร์พาร์ 65 รวมสี่วัน 12 อันเดอร์พาร์ 268 จบอันดับ 5 ร่วม และเป็นนักกอล์ฟไทยที่ทำอันดับดีที่สุดในรายการ รับเงินรางวัล 37,150 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.2 ล้านบาท
แดนไท เผยหลังจบการแข่งขันว่า สภาพลมที่เบาลงช่วยให้เล่นได้ง่ายขึ้น ขณะที่เกมเหล็กและการเสิร์ฟทำได้ดีจนสร้างโอกาสพัตต์เบอร์ดี้หลายครั้ง พร้อมยอมรับว่าผลงานรายการนี้เกินเป้าหมาย เพราะลงเล่นโดยไม่กดดันตัวเองมากเกินไป และเตรียมนำจุดที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะเกมลูกสั้น ไปพัฒนาต่อ
สดมภ์-ปวิธ จบอันดับ 7 ร่วม
ขณะที่ สดมภ์ แก้วกาญจนา เร่งเครื่องวันสุดท้ายด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 65 รวม 11 อันเดอร์พาร์ 269 จบอันดับ 7 ร่วมกับ ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ อดีตแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2016 ซึ่งทำเพิ่ม 2 อันเดอร์พาร์ 68
ทั้งคู่รับเงินรางวัลคนละ 26,200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 864,000 บาท โดยผลงานครั้งนี้ยังทำให้ ปวิธ รักษาตำแหน่งผู้นำคะแนนสะสม Asian Tour Order of Merit 2026 ก่อนเข้าสู่การแข่งขันฮ่องกง โอเพ่น ในสัปดาห์ถัดไป
ส่วน “โปรตี้” สุธีภัทร์ ประทีปเทียนชัย เจ้าของแชมป์เอเชียน ทัวร์ 4 รายการ ทำรอบสุดท้าย 2 อันเดอร์พาร์ จบสี่วันด้วยสกอร์รวม 1 โอเวอร์พาร์ 281 รั้งอันดับ 66 ร่วม


