เจาะเบื้องหลังความไม่พอใจของ นาบิล อานาน หลัง ยูกิ โยซะ วิจารณ์ไฟต์ ONE Samurai 4 ว่าน่าเบื่อ ทั้งที่แพ้คะแนนเอกฉันท์ เปิดมุมคิดของผู้ชนะและผู้แพ้
แม้จะเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ ยูกิ โยซะ กติกา คิกบ็อกซิ่ง ในศึก ONE Samurai 4 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่เรื่องราวของ นาบิล อานาน ยังไม่จบลงบนสังเวียน หลังนักชกชาวญี่ปุ่นออกมาให้สัมภาษณ์ว่าการแข่งขันครั้งนี้ "น่าเบื่อ" จนทำให้ นาบิล ต้องโพสต์ตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดีย
แล้วทำไมคำพูดของ โยซะ ถึงทำให้ นาบิล ไม่พอใจขนาดนั้น?
หลังจบการแข่งขัน โยซะ ให้สัมภาษณ์กับสื่อญี่ปุ่นว่า รู้สึกว่างเปล่ากับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ พร้อมแสดงความผิดหวังต่อรูปแบบการชกของคู่ต่อสู้
สื่อมวลชน : ได้เผชิญหน้ากับ นาบิล อานาน จริงๆ แล้วเป็นอย่างไรบ้าง? ตัวใหญ่กว่าที่คิดไว้ไหม?
โยซะ : ธรรมดากว่าที่คิดไว้มาก เขาไม่ได้บุกเข้ามาอย่างที่คิดไว้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนสูงเลย แต่มันน่าเบื่อ อยากให้เขาบุกเข้ามามากกว่านี้ แต่พูดแบบนี้เดี๋ยวจะกลายเป็นแค่คำแก้ตัวของผมเอง ซึ่งไม่ได้อยากแก้ตัวแบบนั้น เพียงแต่คิดว่าน่าจะทำไฟต์ที่ดีกว่านี้ได้
สื่อมวลชน : คิดอย่างไรกับการตัดสินคะแนน?
โยซะ : ผมยังไม่ได้ดูเทปการชก แต่ก็พอเข้าใจได้ว่า ONE ให้คะแนนลูกเตะลำตัวสูง และลูกแทงเข่าก็ให้คะแนนได้ชัด คิดว่าความแตกต่างของคะแนนก็น่าจะมาจากจุดนั้น
สื่อมวลชน : รู้สึกไม่ยอมรับการให้คะแนนตามกติกาแบบนี้ ที่เน้นลูกเข่าและมีความใกล้เคียงกับมวยไทยหรือเปล่า?
โยซะ : เปล่าเลย ไม่ได้มีความรู้สึกไม่ยอมรับอะไรแบบนั้นเลย เพียงแต่ว่า คงต้องนำกลับไปคิดดู
สื่อมวลชน : คำว่า 'นำกลับไปคิด' นี่หมายถึงคิดไปถึงขั้นเรื่องการย้ายสังเวียนการชก (เวทีแข่งขัน) เลยไหม?
โยซะ : ถ้าทำแบบนั้นมันจะกลายเป็นการหนี เพราะฉะนั้นคงต้องขอกลับไปดูเทปการชกก่อน เพียงแต่ว่าวันนี้มันน่าเบื่อจริงๆ น่าเจ็บใจตรงที่ไม่รู้สึกเจ็บใจด้วยซ้ำ
ขณะที่ มุมของ นาบิล การแข่งขันกลับเป็นไปตามแผนที่เตรียมมาแทบทั้งหมด
นาบิล เปิดเผยหลังชกว่า เขาเตรียมคู่ซ้อมหลายคนให้จำลองการเดินบุกและการเตะเจาะยางของ โยซะ จนเมื่อถึงวันแข่งขัน ทุกอย่างแทบไม่ต่างจากการลงนวมในค่าย
"ผมอยากจะบอกว่ามันเหมือนกับตอนที่ผมลงนวมซ้อมในแคมป์เลยครับ เหมือนกันเป๊ะเลย"
ส่วนยกที่ 3 นาบิล อธิบายว่า เขาประเมินว่าตัวเองมีคะแนนนำ จึงเลือกชกอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้พลาดโดนนับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการชก
เมื่อคำสัมภาษณ์ของ โยซะ ถูกเผยแพร่ พอ นาบิล เดินทางกลับมาถึงประเทศไทย เจ้าตัวจึงออกมาโพสต์ผ่านโซเชียล มีเดียส่วนตัว โดยเปิดข้อความว่า

"เพิ่งลงเครื่องถึงไทยแล้วเห็น น่าเบื่อบ้าไร!"
"คุณบอกจะเอาผมขาหัก ผมก็มาให้แล้วในกติกาของคุณเองแท้ๆยังทำได้เท่านี้ อยากสนุกมามวยไทยครับ สนุกแน่ พูดไปเรื่อยจัด"
"กติกาคุณเข้าทางคุณตั้งหลายอย่าง ศอกก็ไม่มี คีบตีก็ไม่ได้ นวมก็ใหญ่ เดินปิดมุดมาก็ต่อยลำบาก ขนาดผมแค่ดักแทง ยังสอนมวยขนาดนี้มามวยไทยดูครับพี่ เห้ออออ"
"คนที่น่าเบื่อคือคุณ ผมเองต่างหากที่ต้องพูดว่า คิดว่ามันจะเป็นงานยากกว่านี้มากกว่า ก่อนต่อยก็พูด ต่อยเสร็จก็พูด ไรวะ งง ผมเงียบเยอะละ ขอพูดหน่อย แค่นี้พอ"
"ส่วนคนที่เก่ง พูดว่าผมอย่างนู้นอย่างนี้ เก่งก็มาต่อยกับผมครับ ผมก็คนคนนึง ที่มีไรต้องพัฒนาอีกเยอะครับ ผมรู้ตัวเอง ถึงสภาพร่างกายจะดีแค่ไหน ชนะมา เราก็ต้องดูว่ามีไรต้องปรับปรุง"
"คนบ้าไรจะอยากย่ำอยู่กับที่ พยายามใช้ชีวิตให้ดีขึ้นในทุกๆเรื่อง ในทุกๆวันครับ #รู้เรื่อง"
เมื่อพิจารณาคำพูดของทั้งคู่ จะเห็นว่าความขัดแย้งเกิดจากมุมมองต่อการแข่งขันที่แตกต่างกัน
โยซะ ต้องการให้ นาบิล เดินเข้ามาแลกอาวุธมากกว่านี้ ขณะที่ นาบิล เลือกใช้ความได้เปรียบด้านรูปร่างและช่วงชก รักษาระยะ พร้อมดักออกอาวุธเพื่อรับมือกับการบุกของคู่ต่อสู้
สำหรับ โยซะ รูปแบบดังกล่าวอาจทำให้การแข่งขันไม่สนุกอย่างที่คาดหวัง แต่สำหรับ นาบิล นั่นคือวิธีการชกที่เตรียมมาเพื่อคว้าชัยชนะโดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม แม้จะโพสต์ตอบโต้ด้วยความไม่พอใจ นาบิล ก็ยอมรับว่าตัวเองยังมีหลายอย่างต้องพัฒนา และต้องกลับไปทบทวนข้อผิดพลาดเช่นกัน
ท้ายที่สุด โยซะ มีสิทธิ์ผิดหวังกับรูปแบบการแข่งขัน ขณะที่ นาบิล ก็มีเหตุผลที่จะปกป้องวิธีการชกที่ทำให้ตัวเองได้รับชัยชนะ