“บอสชาตรี” แจกโบนัสทะลุ 418 ล้านบาท จากเงินรางวัล สู่การเปลี่ยนชีวิตนักกีฬา
หากมีเงิน 418 ล้านบาท คุณจะนำไปทำอะไร?
บางคนอาจซื้อบ้านหลังใหญ่ รถในฝัน หรือเก็บไว้สร้างความสุขและความมั่นคงให้ตัวเองไปตลอดชีวิต
แต่สำหรับ “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอ ONE เงินจำนวนนี้ถูกส่งต่อไปยังนักกีฬาที่สร้างผลงานน่าประทับใจบนเวที
นับตั้งแต่ ONE เริ่มจัดการแข่งขันที่สนามมวยเวทีลุมพินี เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ม.ค. 66 จนถึงวันนี้ “บอสชาตรี” มอบโบนัสพิเศษให้แก่นักกีฬาไปแล้วรวมกว่า 418 ล้านบาท
เงินจำนวนนี้มหาศาลแค่ไหน?
หากใช้วันละ 10,000 บาททุกวัน โดยไม่มีรายได้เพิ่มเลยแม้แต่บาทเดียว จะต้องใช้เวลานานกว่า 114 ปีจึงจะใช้หมด เรียกได้ว่ายาวนานเกินช่วงชีวิตของคนหนึ่งคนเสียอีก
แต่แทนที่จะถูกใช้เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้คนเพียงคนเดียว เงินจำนวนนี้กลับถูกส่งต่อไปยังนักกีฬาจำนวนมาก และกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการกีฬาการต่อสู้ไทย
ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปีครึ่ง การเข้ามาของ ONE ไม่เพียงเปิดโอกาสให้นักกีฬาไทยได้แสดงศักยภาพและก้าวสู่เวทีระดับโลก แต่ยังช่วยยกระดับค่าตอบแทน รวมถึงสร้างเส้นทางอาชีพที่หลายคนอาจไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้
นักกีฬาบางคนนำเงินโบนัสไปสร้างบ้าน ปลดหนี้ ดูแลพ่อแม่ สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว หรือใช้เป็นทุนต่อยอดชีวิตหลังเกษียณ
โบนัสจึงอาจไม่ใช่เพียงรางวัลจากผลงานไม่กี่นาทีบนเวที แต่ยังหมายถึงโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่
ขณะเดียวกัน การมาของ ONE ยังช่วยเปิดประตูให้ผู้ชมกลุ่มใหม่ได้รู้จักกีฬาการต่อสู้มากขึ้น
หลายคนที่ไม่เคยเข้าสนามมวย หรือไม่เคยสนใจกีฬาการต่อสู้ เริ่มเปิดใจให้กับการแข่งขันในรูปแบบสปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์ระดับโลกที่ดูง่าย สนุก และเข้าถึงผู้ชมได้หลากหลายกลุ่ม
พร้อมสร้างมาตรฐานการแข่งขันที่ยึดหลักกีฬา 100% ทั้งการจัดแข่งขันในสนามที่ปลอดการพนัน และระบบการตัดสินที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ปราศจากอิทธิพลและระบบหน้าเสื่อ
หลังจบการแข่งขัน อีกหนึ่งสีสันที่แฟนกีฬารอคอย คือ การประกาศ “Performance Bonus” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “โบนัสจากบอสชาตรี”
โบนัสนี้ไม่ได้ระบุไว้ในสัญญา และไม่มีข้อผูกมัดว่าผู้จัดจะต้องมอบให้ แต่เป็นรางวัลพิเศษที่พิจารณาจากผลงาน ความทุ่มเท และความประทับใจที่นักกีฬาสร้างไว้บนเวที
สำหรับ “บอสชาตรี” ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การมีทรัพย์สินราคาแพง หรือการใช้ชีวิตอย่างหรูหรา
“ผมไม่มีรถหรู เสื้อผ้าหรือนาฬิกาแพง ๆ ผมมีรถโตโยต้า นาฬิกาจีช็อก กับสมบัติติดตัวอีกไม่มาก ส่วนใหญ่ผมใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบเข้าออฟฟิศ”
“ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่บ้านหลังใหญ่ รถหรู หรือเสื้อผ้าราคาแพง”
“สำหรับผม ความยิ่งใหญ่วัดกันด้วยสิ่งที่เราทำให้บุคคลอื่น เพื่อคนที่เรารัก เพื่อเพื่อน เพื่อองค์กร เพื่อชุมชน เพื่อประเทศชาติ และเพื่อโลกของเรา”
เมื่อมองย้อนกลับไป เงินโบนัสกว่า 418 ล้านบาทจึงอาจมีความหมายมากกว่าตัวเลข
เพราะคุณค่าของเงินไม่ได้วัดเพียงว่า “มีมากแค่ไหน” แต่อาจวัดได้จากโอกาส ความหวัง และความเปลี่ยนแปลงที่เงินจำนวนนั้นสร้างให้กับชีวิตของผู้คน