เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส เพิ่งผ่านไฟต์ที่แฟนมวยชื่นชมในความเป็นยอดนักคิกบอกซิ่ง
แต่เชื่อหรือไม่ว่า สิ่งที่ "พี่เพชร" พูดคำแรกกับพวกเราที่อยู่ในห้องสัมภาษณ์คือ "ยอมรับตามตรงว่า ชกได้ไม่ดีเลย"
เพชรทนง รู้สึกว่าตัวเอง ช้าลง อืดลง และไม่ดุดันเหมือนเดิม
ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการลดน้ำหนัก 13 กิโลกรัมภายในเวลาเดือนครึ่ง ร่างกายเริ่มดูดซึมอาหารผิดปกติ ระบบฟื้นตัวรวน
ฮาร์ทเรต หรืออัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูงระหว่างชกจนต้องเปลี่ยนแผนมาประคองเกมเพื่อเอาชนะคะแนน
ประเด็นสำคัญที่จับได้ชัดเจนจากสิ่งที่ "พี่เพชร" บอกก็คือ เขารู้ตัวเองได้เร็วที่จะหยุดฝืนร่างกาย
นักมวยหลายคนเวลาร่างกายเริ่มหมดจะเลือกเดินแลก เลือกเร่งเกม เลือกใช้อารมณ์
สำหรับ เพชรทนง เลือกอ่านข้อมูลร่างกายตัวเองแล้วเปลี่ยนวิธีชกทันที
นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาต่างจากนักมวยทั่วไป
เพชรทนง คือหนึ่งในนักมวยไทยที่ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาจริงจังที่สุดคนหนึ่งของประเทศ
เขาไม่ได้มองการซ้อมเป็นเรื่องใช้แรงอย่างเดียว
เขาศึกษาเรื่องโภชนาการ เรื่องการฟื้นฟู เรื่องระบบหัวใจ เรื่องกล้ามเนื้อ เรื่องการจัดการพลังงานในร่างกาย
ทั้งหมดนี้ถูกนำมาใช้จริงในการชก
หลายคนอาจไม่รู้ว่า เพชรทนง จบปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเรียนต่อ MBA ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
เขาเป็นนักมวยที่จริงจังกับการเรียนมาก
เขาเคยบอกกับนักมวยรุ่นน้องเสมอว่าอาชีพนักมวยมีอายุสั้น และการศึกษาจะช่วยต่อยอดชีวิตหลังแขวนนวมได้
นิสัยรักการเรียนรู้ของเขาถูกเอามาใช้กับวงการกีฬาเต็มรูปแบบ
เพชรทนง กลายเป็นคนที่หมกมุ่นกับฟิตเนสและวิทย์ฯ กีฬาอย่างจริงจัง
ประสบการณ์จากต่างประเทศช่วยเปลี่ยนวิธีคิดเขาเยอะมาก
ตอนที่ไปซ้อมและทำหน้าที่โค้ชในออสเตรเลีย เขาเริ่มเห็นระบบเทรนนิ่งระดับสากล
เขาเริ่มเข้าใจเรื่องปริมาณการซ้อม เข้าใจการควบคุมความหนักของการฝึก เข้าใจจังหวะเวลาการรับสารอาหาร และเข้าใจว่าร่างกายในแต่ละช่วงวัยต้องจัดการต่างกัน
นี่คือเหตุผลที่ เพชรทนง ยังชกระดับสูงได้ในวัย 41 ปี
เพชรทนง ผ่านการคว้าแชมป์มาแล้ว 16 เส้น ทั้งแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง แชมป์ WBC มวยไทย แชมป์ WMC
เขาคือหนึ่งในนักชกไทยที่ยืนระยะได้นานที่สุดในยุคปัจจุบัน
การได้แชมป์โลก ONE ในวัย 37 ปี ไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับนักมวยไทย
เพราะช่วงอายุระดับนั้น ร่างกายส่วนใหญ่มักเริ่มถอยลงแล้ว สปีดตก แรงปะทะลด การฟื้นตัวช้าลง
แต่ เพชรทนง ใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาชดเชยสิ่งเหล่านี้
เขาใช้ข้อมูลแทนการฝืน ใช้ระบบแทนอารมณ์ ใช้การจัดการร่างกายแทนการซ้อมหนักแบบเดิม
สิ่งนี้ทำให้เขากลายเป็นที่ปรึกษาของนักมวยระดับโลกหลายคน
ซุปเปอร์บอน ดึงตัวไปช่วยวางระบบซ้อม วางเรื่องโภชนาการ และวางแผนวิทยาศาสตร์การกีฬาสำหรับการชก
สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ยังแต่งตั้งเขาเป็นที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาให้ทีมชาติไทยอีกด้วย
สิ่งที่เกิดขึ้นในไฟต์ล่าสุดจึงสะท้อนตัวตนของเขาชัดมาก
"เพชรทนง" อธิบายตรง ๆ ว่าเวลาพยายามออกอาวุธแรง อัตราการเต้นของหัวใจจะพุ่งสูงผิดปกติทันที
เขารู้ว่าร่างกายกำลังเข้าสู่จุดอันตราย ถ้ายังฝืนเร่งต่อ ระบบอาจพังกลางเวที
นี่คือสิ่งที่คนทั่วไปอาจไม่เข้าใจ
การลดน้ำหนักหนักเกินไปส่งผลโดยตรงกับปริมาตรเลือดและระบบไหลเวียน
เมื่อร่างกายขาดน้ำ ความเข้มข้นของเลือดเปลี่ยน หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ระบบประสาทตอบสนองช้าลง กล้ามเนื้อฟื้นตัวช้าลง
ถ้ายังเร่งใช้อาวุธหนักต่อเนื่อง ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะโอเวอร์โหลดทันที
กรดแลกติกจะสะสมเร็ว แรงจะหมดแบบฉับพลัน บางรายถึงขั้นช็อกกลางเวที
เพชรทนง อ่านสัญญาณพวกนี้ออกหมด เขาจึงเลือกประคองเกม เลือกคุมระยะ เลือกเล่นแบบประหยัดพลังงาน และเอาชนะด้วยประสบการณ์
นี่คือเหตุผลที่ไฟต์ล่าสุดอาจไม่ได้ดูดุดัน แต่ในมุมของนักกีฬาระดับสูง มันคือการตัดสินใจที่ฉลาดมาก
ตอนนี้ "เพชรทนง" ยอมรับแล้วว่าการลดน้ำหนักระดับเดิมเริ่มไม่เหมาะกับร่างกายในวัย 41 ปี
แผนต่อไปคือการขยับขึ้นไปชกในพิกัด 70 กิโลกรัม
เป้าหมายคือปล่อยให้ร่างกายทำงานเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
ลดภาระเรื่องตัดน้ำหนัก ลดการเค้นระบบหัวใจ ลดภาระการฟื้นตัว
เขาจะใช้เวลา 3-4 เดือนทดลองกับพิกัดใหม่นี้ก่อนประเมินอีกครั้ง
ถ้าร่างกายตอบสนองดี เขาจะไปต่อ ถ้าไม่ดีขึ้น เขาจะกลับมาทบทวนอนาคตตัวเอง
อีกทั้งยังยอมรับเองว่าเริ่มส่งต่อบทบาทบางส่วนให้รุ่นน้องในค่ายแล้ว โดยเฉพาะ แรมโบ้เล็ก
นี่คือภาพของนักมวยที่เข้าใจความจริงของร่างกาย เข้าใจช่วงเวลาของอาชีพ เข้าใจว่าความดื้อไม่ช่วยให้ยืนระยะได้ยาวขึ้น
วงการมวยไทยกำลังเปลี่ยน
ยุคที่ซ้อมหนักแบบไม่สนร่างกายเริ่มหมดไปแล้ว
ยุคใหม่คือการอ่านข้อมูลร่างกายให้ขาด
เข้าใจการฟื้นตัว เข้าใจเรื่องสารอาหาร เข้าใจเรื่องปริมาณการซ้อม เข้าใจว่าอายุแต่ละช่วงต้องจัดการต่างกัน
เพชรทนง คือหนึ่งในคนที่เดินนำเรื่องนี้ในวงการ
เขาอาจไม่ได้หนุ่มเหมือนเดิม สปีดอาจไม่ได้เร็วเหมือนเดิม
แต่เขายังยืนอยู่ระดับสูงได้ เพราะเข้าใจร่างกายตัวเองมากกว่าคนอื่น
และนั่นคือเหตุผลที่ในวัย 41 ปี ชื่อของ เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในยอดมวยที่ฉลาดที่สุดของยุคนี้
#HOSSALONSO