สหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ภายใต้การนำของ "คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล" ประกาศศักดาคว้าคะแนนธรรมาภิบาลสูงถึง 225 จาก 240 คะแนนเต็ม จากการประเมินของ ASOIF ครั้งที่ 6 ส่งผลให้ถูกจัดอยู่ใน "กลุ่ม A1" ซึ่งเป็นกลุ่มสูงสุดของโลก เคียงข้างสหพันธ์กีฬาชั้นนำอย่าง ฟุตบอล และวอลเลย์บอล ยืนยันเดินหน้าใช้กีฬาขับเคลื่อนสังคมไทยและสากลอย่างยั่งยืน
สหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) สร้างผลงานอันโดดเด่นบนเวทีกีฬาระดับสากล หลังคว้าคะแนนรวม 225 คะแนน จากคะแนนเต็ม 240 คะแนน ในการประเมินมาตรฐานธรรมาภิบาล สหพันธ์กีฬานานาชาติ ครั้งที่ 6 (GTF IF Governance Assessment 2025–26) ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะทำงานด้านธรรมาภิบาลสมาคมสหพันธ์กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนนานาชาติ (ASOIF Governance Task Force – GTF) ส่งผลให้ BWF ถูกจัดให้อยู่ใน “กลุ่ม A1” ซึ่งเป็นกลุ่มสูงสุดของการจัดอันดับ ยึดแถวหน้าร่วมกับสหพันธ์กีฬานานาชาติที่มีมาตรฐานธรรมาภิบาลโดดเด่นที่สุดในโลก
รายงานระบุว่า BWF มีคะแนนเพิ่มขึ้นจาก 218 คะแนนในการประเมินรอบก่อนหน้า มาอยู่ที่ 225 คะแนน ซึ่งอยู่ในช่วงคะแนนของกลุ่ม A1 (210–228 คะแนน) ร่วมกับสหพันธ์กีฬาชั้นนำ เช่น ฟุตบอล ว่ายน้ำ กรีฑา จักรยาน วอลเลย์บอล และรักบี้ นอกจากนี้ BWF ยังถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “Joint third” เมื่อเปรียบเทียบภาพรวมคะแนนกับสหพันธ์อื่น ๆ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แบดมินตันอยู่ในแถวหน้าของโลกด้านธรรมาภิบาลกีฬา โดยมีความแตกต่างระหว่างคะแนนประเมินตนเองกับคะแนนที่คณะทำงาน ASOIF ประเมินเพียง 2 คะแนนเท่านั้น ขณะที่ค่าเฉลี่ยของสหพันธ์นานาชาติอื่น ๆ ถูกปรับลดลงประมาณ 15 คะแนน สะท้อนถึงความเที่ยงตรงและน่าเชื่อถือขององค์กร
คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก กล่าวว่า
"เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่รายงานของ ASOIF ยืนยันว่า BWF ได้คะแนนรวม 225 คะแนน และอยู่ในกลุ่ม A1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของโลกด้านธรรมาภิบาลกีฬา นี่ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าครอบครัวแบดมินตันโลกทำงานบนรากฐานของความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการกำกับดูแลที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง ตัวเลขนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า แบดมินตันไม่ใช่แค่กีฬาที่ได้รับความนิยมทั่วโลก แต่ยังเป็นแบบอย่างของการบริหารจัดการองค์กรกีฬายุคใหม่ที่ยึดมั่นในธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง"
รายงาน GTF ยังได้ยกตัวอย่างจุดแข็งเชิงรูปธรรมของ BWF ในหลายด้าน ประกอบด้วย:
ความโปร่งใสและตรวจสอบได้: การมีหน่วยงานด้านธรรมาภิบาลและความซื่อสัตย์ มีกระบวนการสืบสวนและพิจารณาคดีที่เป็นอิสระ โดยมีคณะกรรมการพิจารณาอิสระ รวมถึงมีนโยบายต่อต้านการทุจริต การป้องกันการล้มกีฬา และการปกป้องผู้แจ้งเบาะแสที่บังคับใช้จริง
ความเท่าเทียมทางเพศ: กำหนดให้สภา BWF มีสัดส่วนสตรีอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนสตรีสูงถึง 33 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงประธานสหพันธ์ซึ่งเป็นสตรีไทย
การพัฒนาอย่างยั่งยืนและทั่วถึง: การลงทุนในโครงการ “Sport for all” ผ่านโครงการ Shuttle Time และการสนับสนุนกีฬาแบดมินตันคนพิการ (Para badminton) จนทำให้จำนวนประเภทเหรียญรางวัลและโควตานักกีฬาในพาราลิมปิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดตั้งคณะกรรมการด้านสังคมและมนุษยธรรม เพื่อผลักดันโครงการด้านผู้ลี้ภัยและชุมชนเปราะบางร่วมกับองค์กรระดับโลก อาทิ UNHCR, Special Olympics และ Peace and Sport
ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยบนเวทีกีฬานานาชาติอย่างชัดเจน ผ่านวิสัยทัศน์ของ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ในฐานะผู้นำองค์กร โดยประธาน BWF ได้กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า จะใช้โอกาสนี้เดินหน้าทำงานเชื่อมโยงระหว่าง BWF กับวงการแบดมินตันไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งในด้านโอกาสของนักกีฬาเยาวชน การพัฒนาบุคลากร และการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนไทยเห็นคุณค่าของการเล่นกีฬา เคารพกติกา และยืนหยัดบนความซื่อสัตย์ต่อไป