กระแสกังวลแฟนกีฬาไทย หลังมีข่าวประเทศตะวันออกกลางทุ่มเงินดึง “เทพบิว” ภูริพล บุญสอน โอนสัญชาติวิ่งให้ โดยหากเกิดขึ้นจริงตามกติกา World Athletics จะต้องเว้นวรรคจากการแข่งทีมชาตินานถึง 3 ปี พลาดทัวร์นาเมนต์ใหญ่หลายรายการ รวมถึงโอลิมปิก 2028
จากกรณีที่ “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ออกมาเปิดเผยในงานแถลงข่าว การแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาจังหวัดปทุมธานีว่า มีโค้ชกรีฑาทีมชาติไทยเข้ามาปรับทุกข์ เผยว่าประเทศอาหรับชาติหนึ่ง หวังซื้อตัว “เทพบิว” ภูริพล บุญสอน ไปวิ่งให้ พร้อมเสนอเงินมหาศาลหลักล้านต่อเดือน
เรื่องนี้ได้สร้างความกังวลให้กับแฟนกีฬาชาวไทยเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมา “บิว” ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิ่ง 100 เมตรได้ต่ำกว่า 10 วินาที ด้วยสถิติ 9.94 วินาที พร้อมกับกลายเป็นนักวิ่งอาเซียนคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำลายกำแพง 10 วินาที
ทั้งนี้ ภูริพล บุญสอน ยังไม่ได้ออกมากล่าวถึงประเด็นนี้แต่อย่างใด ว่ามีความเป็นจริงมากน้อยขนาดไหน และเจ้าตัวจะตัดสินใจอย่างไร
อย่างไรก็ตาม เมื่อกางดูระเบียบการโอนสัญชาติขององค์กรกรีฑาโลก(World Athletics)แล้ว ปรากฏว่าหากมีการโอนสัญชาติจริง จะต้องเว้นวรรคจากการแข่งขันให้กับทีมชาตินานถึง 3 ปี นับตั้งแต่ลงแข่งขันครั้งสุดท้ายให้กับทีมชาติเก่า
อย่างในกรณีของ ภูริพล ซึ่งลงแข่งขันให้กับทีมชาติไทยครั้งสุดท้ายในวันที่ 15 ธันวาคม 2025 ในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 หากเจ้าตัวตัดสินใจโอนสัญชาติ เขาจะหมดสิทธิ์ลงแข่งขันให้กับทีมชาติใหม่ไปจนกระทั่งถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2028 เลยทีเดียว
เท่ากับว่า จะทำให้เขาพลาดโอกาสลงแข่งขันรายการสำคัญหลายทัวร์นาเมนต์ในห้วงเวลา 3 ปี ไม่ว่าจะเป็นเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น(เดือนกันยายน 2026), กรีฑาชิงแชมป์เอเชีย 2027 ที่ประเทศจีน(เดือนพฤษภาคม 2027), กีฬามหาวิทยาลัยโลก 2027 ที่ประเทศเกาหลีใต้(เดือนสิงหาคม 2027), กรีฑาชิงแชมป์โลก 2027 ที่ประเทศจีน(ต้นเดือนกันยายน 2027), ซีเกมส์ครั้งที่ 34 ที่ประเทศมาเลเซีย(กลางเดือนกันยายน 2027), โอลิมปิก 2028 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา(เดือนกรกฎาคม 2028)
ทั้งนี้ อาจไม่ต้องรอนานถึง 3 ปี เนื่องจากมีข้อยกเว้น ถ้าหากคณะกรรมการบริหารของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล(IOC) ให้ความเห็นชอบเป็นกรณีพิเศษ ทว่าส่วนใหญ่จะเป็นกรณีของนักกีฬาผู้ลี้ภัย ที่ขอโอนสัญชาติด้วยปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองกับชาติเดิม