แค่ "คลิกเดียว" หรือ "โทรสายเดียว" เงินที่เก็บมาทั้งปีอาจหายวับไปใน 5 นาที! นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย เพราะปีที่ผ่านมาคนไทยตกเป็นเหยื่อให้มิจฉาชีพไปรวมๆ กว่า 2 หมื่นล้านบาท
โจรสมัยนี้ไม่ต้องใส่ไอ้โม่ง แต่มันมาในคราบพ่อค้าใจดี เจ้าหน้าที่รัฐ หรือแม้แต่คนมาชวนทำรายได้เสริม ชวนมาดูกันว่า 5 หลุมพรางกลโกงออนไลน์ ที่คนไทยพลาดกันบ่อยมีอะไรบ้าง และเราจะรับมืออย่างไร
อันดับ 1: "ของถูกทิพย์" หลอกซื้อสินค้า/บริการ (62%)
นี่แชมป์ตลอดกาลที่คนโดนหลอกวันละกว่า 500 เคส! มุกนี้เล่นกับความ "อยากได้" โดยกลุ่มที่มักตกเป็นเหยื่อคือช่วงอายุ 20–49 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำธุรกรรมออนไลน์และอยู่ในโลกออนไลน์เป็นกิจวัตร โดยกลโกงนี้ถูกแจ้งความสูงถึง 210,000 ครั้งใน 1 ปี ซึ่งบางครั้ง อาจจะเป็นแค่ สินค้าไม่ตรงปก แต่ถือเป็น 1 ในเคสที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด
จุดเช็กลิสต์รู้ทันมิจฉาชีพ
1. เช็กประวัติ: ตรวจสอบรีวิวและชื่อเสียงร้านก่อนซื้อทุกครั้ง
2. เอ๊ะราคา: อย่าหลงกลสินค้าที่ราคาถูกผิดปกติ
3. เสิร์ชชื่อ: ค้นหาบัญชี/เบอร์ใน Google หรือ Blacklist seller ก่อนโอน
4. เลี่ยงบัญชีบุคคล: งดโอนเข้าบัญชีส่วนตัวที่ไม่ใช่ของร้านโดยตรง
5. เซฟหลักฐาน: เก็บแคปแชทและสลิปโอนเงินไว้เสมอ
อันดับ 2: "ดวงเฮงหลอก" หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล (17%)
"ยินดีด้วย! คุณคือผู้โชคดีได้รับรางวัล..." ข้อความเหล่านี้มักมาพร้อมกับการสร้างเรื่องราวให้ตื่นเต้น ดีใจ จนลืมฉุกคิด อ้างว่าได้รับของรางวัลใหญ่ (ทองคำ, รถยนต์, เงินสด) แต่มีข้อแม้ว่าต้อง "โอนค่าธรรมเนียม" ไปให้ก่อนถึงจะได้รับของ โดยกลุ่มที่มักตกเป็นเหยื่อมักเป็นกลุ่มเยาวชนที่หลงดีใจกับดวงเฮงเก๊ง่าย
จุดเช็กลิสต์รู้ทันพี่มิจ
1. โอนก่อน = โกง: จำไว้ว่าไม่มีรางวัลจริงไหนที่ต้องเสียเงินก่อนรับ
2. ไม่กดลิงก์แปลก: หลีกเลี่ยง SMS หรือข้อความที่ไม่รู้จัก
3. เช็กต้นตอ: สอบถามบริษัทเจ้าของรางวัลโดยตรง
4. อย่ารีบตามคำขู่: ระวังข้อความที่เร่งรัดให้โอนเงินทันที
5. รักษารหัส: ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวหรือรหัส OTP กับใครเด็ดขาด
อันดับ 3: "งานสบายรวยเร็ว" หลอกให้ทำงานเสริม/ลงทุน (10%)
ภัยร้ายวัยรุ่นสร้างตัว มักมาในรูปแบบ "งานกดรับออเดอร์" หรือ "ดูคลิปแลกเงิน" จ้องเล่นงานน้องๆ นักศึกษาหรือคนอยากหารายได้เสริม ช่วงแรกให้เงินจริงหลักสิบเพื่อล่อให้เราลงเงินก้อนใหญ่ขึ้น
จุดเช็กลิสต์รู้ทันมิจฯ
1. ห้ามโอนเพื่อสมัครงาน: งานจริงต้องได้เงิน ไม่ใช่เสียเงิน
2. อย่าโลภผลตอบแทนสูง: ระวังงานสบายที่รายได้ดีเกินจริง
3. อย่าเชื่อสลิปปลอม: กำไรที่โชว์ในแชตอาจเป็นแค่ตัวเลขทิพย์
4. เช็กใบอนุญาต: ตรวจสอบชื่อบริษัทและตัวตนให้ชัดเจนก่อนเริ่ม
5. แชตส่วนตัว = เสี่ยง: หากถูกชวนลงทุนผ่านแชต ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นโจร
อันดับ 4: "กู้ด่วน อนุมัติไว"หลอกให้กู้เงินหรือรีดเอาทรัพย์ (7%)
จ้องเล่นงานคนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน อ้างว่ากู้ง่าย กู้ด่วน ไม่เช็กบูโร แต่สุดท้ายเงินกู้ไม่ได้ แถมโดนหลอกให้โอนค่ามัดจำหรือค่าเดินบัญชีไปให้มันก่อน
จุดเช็กลิสต์รู้ทันมิจฯ
1. กู้จริงไม่เก็บก่อน: สถาบันการเงินที่ถูกกฎหมายไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินล่วงหน้า
2. ห้ามโอนค่ามัดจำ: ไม่โอนเงินค่าค้ำประกันหรือค่าเดินบัญชีก่อนกู้เด็ดขาด
3. เช็กต้นสังกัด: ตรวจสอบชื่อบริษัทกับหน่วยงานกำกับดูแลให้ชัดเจน
4. เมิน SMS กู้เงิน: อย่าหลงเชื่อข้อความชวนกู้ผ่าน SMS หรือโซเชียลมีเดีย
5. รักษามูลส่วนตัว: ระวังการส่งรูปบัตรประชาชนหรือเลขบัญชีให้แหล่งเงินกู้นอกระบบ
อันดับ 5: "ละครดราม่า"ข่มขู่ทางโทรศัพท์ (Call Center) (6%)
มุกคลาสสิกที่เล่นกับ "ความกลัว" อ้างว่าเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ บอกว่าคุณไปพัวพันคดีฟอกเงิน แล้วขู่ให้โอนเงินไป "ตรวจสอบ"แม้จะมีแค่ 6% แต่ว่านี่คือมุกที่ทำให้คน "หมดตัว" ได้ในครั้งเดียว โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 50 ขึ้นไป
จุดเช็กลิสต์รู้ทันมิจฯ
1. สติมา ไม่กลัวขู่: อย่าตกใจตามมุกมิจฉาชีพ
2. รัฐไม่ขอโอน: เจ้าหน้าที่จริงไม่โทรมาให้โอนเงิน
3. ห้ามบอก OTP: เก็บข้อมูลธนาคารและรหัสเป็นความลับ
4. ตัดสายทันที: หากถูกกดดันให้วางสายทันที
5. เช็กตรงต้นสังกัด: โทรตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างเอง
รูปแบบข้างต้นคือกลยุทธ์ที่มิจฉาชีพนิยมใช้หลอกลวง ประชาชนควรมีสติ "ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน" ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล เพจ หรือเว็บไซต์ให้แน่ชัดก่อนทำธุรกรรม
แต่เมื่อตกเป็นเหยื่อไปแล้วต้องทำอย่างไร ?
หากรู้ตัวว่าพลาดโอนเงินไปแล้ว อย่าเพิ่งหมดหวัง ให้ โทร - อายัด – แจ้ง ทันที
1. โทร: กด 1441 หน่วยงานAOC ทันทีภายใน 1 ชั่วโมงแรก (โทรฟรี 24 ชม.)
2. อายัด: สั่งระงับบัญชีโจร (หยุดเงินหนี)
3. แจ้ง: แจ้งความออนไลน์หรือโรงพัก (ภายใน 72 ชม.)
เพราะเรื่องราวที่เราแชร์มาทั้งหมดนี้ อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลโกงที่มิจฉาชีพขุดขึ้นมาหลอกล่อ... แต่ความจริงที่มากกว่านั้นเป็นอย่างไร? ลองไปดูเรื่องราวนี้ที่จะทำให้คุณเห็นว่า เพียงแค่พริบตาเดียวที่ขาดสติ ความสูญเสียอาจมากกว่าที่คุณคิดผ่านสื่อรณรงค์ชุดล่าสุด
ภาพยนตร์โฆษณา “Uncontrol”
คลิปวิดีโอออนไลน์ “ป้าข้างบ้านอวดลูก”
เพราะ สสส. อยากให้คุณมีเกราะป้องกันที่เข้มแข็ง และไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้ง่ายๆ มาเสริมภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้ตัวเองได้ที่ “คู่มือรู้ทันสู้ภัยมิจ”
https://creativehealthcampaign.thaihealth.or.th/microsite/healthytogether/ร่วมกันสร้างสังคมปลอดภัย/ป้องกันมิจฉาชีพ/content/4774
ติดตามข่าวสารสุขภาพจากทางสสส.ได้ที่
Facebook : Social Marketing Thaihealth by สสส.
Line : @thaihealththailand
Tiktok: @thaihealth
Youtube: SocialMarketingTH