สสส. ผนึกกำลัง AOC 1441 ส่ง ‘โครงการร่วมกันสู้ภัยมิจ’ ชวนคนไทยสร้างทักษะรู้เท่าทันมิจฉาชีพ

สสส. ผนึกกำลัง AOC 1441 ส่ง ‘โครงการร่วมกันสู้ภัยมิจ’ ชวนคนไทยสร้างทักษะรู้เท่าทันมิจฉาชีพ
ในโลกที่เทคโนโลยีหมุนไปอย่างรวดเร็ว มิจฉาชีพและอาชญากรออนไลน์ได้กลายเป็นมลพิษทางสังคมรูปแบบใหม่ที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เล็งเห็นว่าปัญหาจากมิจฉาชีพเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายเชิงตัวเลข แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาวะทางจิตใจ ก่อให้เกิดความเครียดสะสม และบั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างน่าเป็นห่วง
การขับเคลื่อน “โครงการร่วมกันสู้ภัยมิจ” จึงเกิดขึ้นในฐานะภารกิจสำคัญที่ สสส. ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (AOC 1441) ผนึกกำลังกันหยุดวงจรมิจฉาชีพ โดยเน้นย้ำให้ประชาชนจดจำสายด่วน 1441 สำหรับระงับเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที พร้อมทั้งจัดทำสื่อความรู้เพื่อตีแผ่สถานการณ์และกลโกงในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมีทักษะการป้องกันตนเองที่เท่าทันต่อเล่ห์เหลี่ยมมิจฉาชีพที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ถอดบทเรียนจากสถิติภัยมิจฉาชีพ 
เบื้องหลังการทำงานของ “โครงการร่วมกันสู้ภัยมิจ” มาจากฐานข้อมูลที่น่ากังวลจาก ศูนย์ AOC 1441 ซึ่งพบว่าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ถึงมิถุนายน 2568 มีการโทรมาแจ้งเหตุมิจฉาชีพสูงถึง 1,854,320 สาย หรือเฉลี่ยกว่า 3,000 สายต่อวัน แค่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ก็มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 13,550 ล้านบาท โดยเฉพาะในเขตเมืองเศรษฐกิจอย่างกรุงเทพมหานคร ตามมาด้วยนนทบุรี ชลบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี
จากการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกพบว่า 5 อันดับคดีที่มีการระงับบัญชีสูงสุด คือการหลอกซื้อขายสินค้า การหลอกทำงานเสริม การหลอกรับรางวัล การหลอกลงทุน และการหลอกให้กู้เงิน ตามลำดับ โดยพบว่าช่องทาง Facebook ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีการหลอกลวงมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ Call Center, เว็บไซต์ และ TikTok นอกจากนี้ ในแต่ละช่วงวัยยังมีพฤติกรรมความเสี่ยงที่ต่างกัน โดยกลุ่มวัยทำงาน (20-49 ปี) เป็นกลุ่มที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด ตามด้วยกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และในกลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี พบความเสียหายน้อยที่สุด
ข้อมูลเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญที่ “โครงการร่วมกันสู้ภัยมิจ” นำมาใช้เพื่อออกแบบแนวทางการป้องกันและสร้างเครื่องมือสื่อสารให้ตรงจุด
หยุดวงจรมิจฉาชีพ ด้วยสื่อสร้างสรรค์ที่ทำให้เอะใจก่อนโอน เพื่อให้เห็นภาพกลโกงได้ชัดเจนและหยุดวงจรมิจฉาชีพได้ทัน “โครงการร่วมกันสู้ภัยมิจ” ได้ผลิตสื่อรณรงค์ที่หยิบยกเหตุการณ์จริงมาเล่าให้จำง่าย ได้แก่
         - ภาพยนตร์โฆษณา ชื่อเรื่อง Uncontrol ความยาว 30 วินาที และ 15 วินาที
สะท้อนเรื่องราวเปรียบเทียบวินาทีที่หญิงสาวตกเป็นเหยื่อ เสมือนถูกควบคุมร่างกายให้เต้นรำไปตามเกมของมิจฉาชีพทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกดลิงก์ไปจนถึงการโอนเงิน แต่ทันทีที่รู้ตัว เธอจึงกดเบอร์โทร1441 แล้วโทรศัพท์มือถือขนาดยักษ์ก็ตกลงมาทับร่างมิจฉาชีพ ซึ่งสื่อถึงบทบาทของสายด่วน AOC 1441 ที่พร้อมเข้ามาช่วยเหลือระงับบัญชี และช่วยจำกัดความเสียหายไม่ให้บานปลาย
         - ภาพยนตร์ออนไลน์ ชื่อเรื่อง ป้าข้างบ้านอวดลูก ความยาวกว่า 5 นาที และ 45 วินาที

ตีแผ่ความแนบเนียนของโจรยุคใหม่ด้วยตลกร้าย โดยสื่อสารผ่านเรื่องราวระหว่าง 2 บ้าน ป้าแก้ว (ป้าข้างบ้าน) มาอวดลูกกับป้านิดว่า เดี๋ยวนี้ลูกไม่ได้วิ่งราวทรัพย์แบบเดิมแล้ว แต่เป็นโจรยุคใหม่ที่ “Work from Home” เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีการเซตฉาก สร้างลิงก์หลอกดูดเงิน เพื่อสะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของอาชญากรรมที่น่ากลัวและใกล้ตัวกว่าเดิม
         - Radio Spot: OTP (Only Two of us Password) รหัสลับ รหัสเรา เป็นสปอตวิทยุที่ช่วยสร้างเกราะป้องกันการหลอกลวงด้วยการตกลง “รหัสลับ” ระหว่างคนในครอบครัว เพื่อใช้ยืนยันตัวตนเมื่อมีการโทรมาขอยืมเงินหรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ป้องกันการถูกหลอกด้วยเทคโนโลยีเลียนเสียง (AI Voice) หรือการแอบอ้างเป็นบุคคลใกล้ชิด
         - Radio Spot: The Scammer Stopper ทางลัดสู่การระงับ

เป็นเนื้อหาที่จำลองสถานการณ์เมื่อเหยื่อรู้ตัวว่าเงินหายจากบัญชี และเกิดความตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก สื่อชิ้นนี้จะเข้ามาเตือนสติให้ “หยุดความยุ่งยาก” และรีบโทร 1441 เพื่อระงับบัญชีคนร้ายทันที ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ยังมีสื่อรณรงค์ และเครื่องมือต่างๆ เพื่อแนะนำวิธีป้องกันตนเองที่นำไปทำได้ทันที ตัวอย่างเช่น
1. คาถาป้องกันตัว: “ตั้งสติ อย่ากลัว เช็กให้ชัวร์”
         ตั้งสติ: หากเจอการชักชวนให้ลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงเกินจริง ให้เอะใจไว้ก่อนว่าเป็นไปไม่ได้
         อย่ากลัว: อย่ากลัวคำข่มขู่พัวพันคดี เจ้าหน้าที่รัฐจริงจะไม่ใช้เบอร์มือถือโทรหา ไม่ขอให้โอนเงินตรวจสอบ หรือขอรหัส OTP เด็ดขาด
         เช็กให้ชัวร์: ก่อนโอนอะไรทุกครั้งต้องตรวจสอบบัญชีปลายทางให้ชัวร์ก่อน
2. เครื่องมือป้องกันตัวแบบง่ายๆ 
         ตั้งรหัสลับครอบครัว: ใช้คำเฉพาะยืนยันตัวตนคนในบ้าน ป้องกันโจรแอบอ้างขอยืมเงิน
         แยกบัญชีเงินเก็บ: ใช้บัญชีเงินน้อยผูกแอปฯ ส่วนเงินก้อนใหญ่เก็บในบัญชีที่ไม่มีแอปฯ ป้องกันเงินถูกดูด
         ตรวจสอบเบอร์โทร: ตัดสายแล้วโทรกลับ หากโทรไม่ติดแสดงว่าเป็นเบอร์ปลอม หรือเช็กผ่านแอป Whoscall
         อย่าโอนหลายบัญชี: หากถูกสั่งให้โอนเงินไปหลายปลายทาง ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นบัญชีม้า 
         ระวังบัญชีบุคคล: หากซื้อของหรือจองที่พักออนไลน์ ต้องโอนเข้าบัญชีบริษัทเท่านั้น เลี่ยงบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา
เมื่อพลาดพลั้ง...ตั้งสติแล้วติดต่อสายด่วน
ในนาทีวิกฤตที่รู้ตัวว่าพลาดโอนเงินไปแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่ “โครงการร่วมกันสู้ภัยมิจ” ต้องการเน้นย้ำ คือการจดจำ “สายด่วน AOC 1441” แล้ว กด 1 ทันที ภายใน 1 ชั่วโมงทอง เพื่อระงับบัญชีปลายทางและจำกัดความเสียหายไม่ให้เงินถูกโอนต่อเป็นทอดๆ จากนั้นให้รวบรวมหลักฐานสำคัญเพื่อเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ภายใน 7 วัน
อยากหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องภัยมิจฉาชีพ โดยเฉพาะวิธีการป้องกันตนเองที่ง่ายและช่วยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ สามารถคลิกดูคู่มือและดาวน์โหลดสื่อความรู้ต่างๆ ได้ที่ www.creativehealthcampaign.thaihealth.or.th
ติดตามข่าวสารสุขภาพจากทางสสส.ได้ที่
Facebook : Social Marketing Thaihealth by สสส.
Line : @thaihealththailand
Tiktok: @thaihealth
Youtube: SocialMarketingTH
Website : Social Marketing Thaihealth





ที่มาของภาพ : สสส.
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport