กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เปิดโครงการ “เติมรัก เติมรู้ สู่เยาวชนกลุ่มเป้าหมาย” ขับเคลื่อนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ทั่วถึง เท่าเทียม มุ่งสร้างโอกาสเยาวชน ตชด. ทั่วประเทศกว่า 10,000 คน
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จัดกิจกรรม Kick off และแถลงข่าวเปิดโครงการ “เติมรัก เติมรู้ สู่เยาวชนกลุ่มเป้าหมาย” เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มุ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ขาดแคลนและด้อยโอกาส โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและชายแดน สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเสริมสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชน

ในการนี้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยพล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.)
พล.ต.ต.เจนณรงค์ สมเสถียร ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบก.อก.บช.ตชด.) และ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ร่วมแถลงข่าวเปิดโครงการฯ อย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ)
ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ โดย สกร. ได้กำหนดนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาเยาวชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยเฉพาะเยาวชนที่ขาดแคลนและด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ชายแดน เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้เข้มแข็ง

โครงการ “เติมรัก เติมรู้ สู่เยาวชนกลุ่มเป้าหมาย” จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการนำแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปสู่เยาวชนผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Active Learning) โดยมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การชมนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์ การทดลอง การฝึกทักษะ และการชมการแสดงท้องฟ้าจำลอง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทั้งความรู้ ความเข้าใจ กระตุ้นความใฝ่รู้ สร้างแรงบันดาลใจ และปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้ อันเป็นทักษะสำคัญสำหรับศตวรรษที่ 21
ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง สกร. ได้บูรณาการความร่วมมือกับ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) และเครือข่าย ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา รวม 19 แห่งทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันออกแบบกิจกรรมที่หลากหลายและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

สำหรับกิจกรรมพิเศษ “เติมรัก เติมรู้ สู่น้อง ตชด.” ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ อันเป็นเดือนแห่งความรัก มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบทั้งความรู้และกำลังใจแก่กลุ่มนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ให้มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองและมองเห็นโอกาสในการพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้ในอนาคต โดยคาดว่าจะมีนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจากพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 10,000 คน
พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) กล่าวว่า
มีความยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นเยาวชนของเราจากพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ชายแดน ได้มีโอกาสเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ ณ แหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยภายใต้โครงการ "เติมรัก เติมรู้ สู่เยาวชนกลุ่มเป้าหมาย" กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการ "เปิดประตูสู่โลกกว้าง" ที่จะช่วยให้นักเรียน ตชด. ทุกคนได้มองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง และได้เห็นความก้าวหน้าของโลกในปัจจุบันอย่างใกล้ชิด
"ขอให้ทุกคนจงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ความรู้ และแรงบันดาลใจจากการได้ลงมือทำจริงในวันนี้ นำกลับไปต่อยอดพัฒนาตนเอง เพื่อเติบโตขึ้นไปเป็นกำลังสำคัญที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป"

ด้าน พล.ต.ต.เจนณรงค์ สมเสถียร ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจตระเวนชายแดน กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร และขาดแคลนทรัพยากรด้านการเรียนรู้ โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเข้าร่วมโครงการฯ ครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดโลกทัศน์และสร้างโอกาสให้นักเรียน ตชด. ได้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยผ่านกิจกรรมเชิงประสบการณ์ พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจและกำลังใจให้แก่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล
โอกาสนี้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงความสำคัญของโครงการฯ พร้อมให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วมงาน และบอกเล่าความรู้สึกในฐานะที่เป็น ศิษย์เก่าโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โดยกล่าวถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความรู้สึกของเด็กในพื้นที่ห่างไกล พร้อมยกประสบการณ์ในอดีตที่เคยมีโอกาสไปทัศนศึกษาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจและความฝันในวัยเยาว์ สะท้อนให้เห็นว่า “การทัศนศึกษาไม่ใช่เพียงการมาเที่ยวชม แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างแรงจูงใจ และช่วยให้เด็ก ๆ มองเห็นอนาคตของตนเองได้ชัดเจนขึ้น”

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการยังได้กล่าวถึงพระราชดำรัสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีพระราชดำรัสชื่นชมกิจกรรมการนำเด็กเข้าชมศูนย์วิทยาศาสตร์และท้องฟ้าจำลอง และทรงเน้นย้ำว่า
“ควรดำเนินการเช่นนี้ให้ครอบคลุมทุกจังหวัดที่มีศูนย์วิทยาศาสตร์ โดยขยายโอกาสให้ทั่วถึง ทั้งนักเรียนในสังกัด ตชด. และนักเรียนในสังกัด สพฐ. ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล”
ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการพร้อมน้อมรับสนองพระราชดำรัส เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสในการเปิดโลกทัศน์อย่างเท่าเทียม
ทั้งนี้ โครงการ “เติมรัก เติมรู้ สู่เยาวชนกลุ่มเป้าหมาย” นับเป็นการเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมครั้งสำคัญ อีกทั้งยังเป็น “ของขวัญอันล้ำค่า” ในเดือนแห่งความรักที่กระทรวงศึกษาธิการ และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) มอบให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล พร้อมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่าง สกร. และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนในครั้งนี้ จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน และช่วยจุดประกายความฝันของเยาวชน ตชด. กว่า 10,000 คน ให้เติบโตเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นและประเทศชาติต่อไป