เศรษฐา เปิดมุมมองดีลใหญ่ Sansiri Capital ซื้อ The Lake Como EDITION กว่า 8 พันล้าน

เศรษฐา เปิดมุมมองดีลใหญ่ Sansiri Capital ซื้อ The Lake Como EDITION กว่า 8 พันล้าน
เศรษฐา ทวีสิน เปิดมุมมองหลัง Sansiri Capital เข้าซื้อ The Lake Como EDITION โรงแรมหรู 5 ดาวริมทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี มูลค่ากว่า 200 ล้านยูโร หรือกว่า 8,000 ล้านบาท ชูทำเลหายาก พร้อมศักยภาพสร้างมูลค่าระยะยาวในหนึ่งในจุดหมายปลายทางลักซ์ชัวรีระดับโลก

เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี แสดงความคิดเห็นผ่านบัญชี X ส่วนตัว เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 หลัง Sansiri Capital เข้าลงทุนใน The Lake Como EDITION โรงแรมหรูริมทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี โดยมองว่าทั้งทำเลและศักยภาพของสินทรัพย์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การลงทุนครั้งนี้น่าสนใจในระยะยาว

เศรษฐา ซึ่งเริ่มลงทุนในธุรกิจโรงแรมมาตั้งแต่ปี 2017 เล่าจากประสบการณ์ว่า การพิจารณาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมไม่ได้มีเพียงเรื่องของตัวเลข แต่การได้เดินทางไปสัมผัสสถานที่จริงด้วยตัวเอง บางครั้งทำให้มองเห็นความพิเศษและศักยภาพของสินทรัพย์นั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เมื่อทราบข่าวว่า Sansiri Capital เลือกลงทุนใน The Lake Como EDITION จึงเข้าใจถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ โดยมีจังหวะที่น่าสนใจคือ ขณะที่โพสต์ข้อความดังกล่าว เศรษฐากำลังอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้ด้วยตัวเอง

“วันนี้ได้เห็นข่าวการลงทุนใน Lake Como EDITION ของ Sansiri Capital ผมเข้าใจเลยครับว่าอะไรทำให้ทีมตัดสินใจเลือก property แห่งนี้”

ทำเลหายาก จุดแข็ง The Lake Como EDITION

The Lake Como EDITION ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของทะเลสาบโคโม บริเวณ Cadenabbia (Griante) หันหน้าไปยัง Bellagio Promontory สามารถมองเห็นเมืองเก่า ผืนน้ำของทะเลสาบ และแนวเทือกเขาแอลป์ที่โอบล้อมอยู่ด้านหลัง

อย่างไรก็ตาม ในมุมของการลงทุน เศรษฐามองว่าสิ่งสำคัญยิ่งกว่าความสวยงามคือศักยภาพของสินทรัพย์ ทั้งจากทำเลที่หาได้ยาก ความแข็งแกร่งของ Lake Como ในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรีของโลก ตลอดจนโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

สำหรับดีลครั้งนี้ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ลงนามในสัญญาซื้อขาย (SPA) ผ่าน Sansiri Capital เพื่อเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ 100% ใน The Lake Como EDITION จากกลุ่มผู้ร่วมทุน Bain Capital และ Omnam Group

มูลค่าสินทรัพย์รวมอยู่ที่กว่า 200 ล้านยูโร หรือกว่า 8,000 ล้านบาท โดยมีกำหนดปิดดีลภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569

Sansiri Capital เป็นกองทุนเชิงกลยุทธ์ของแสนสิริ บริหารการลงทุนในรูปแบบ Private Equity โดยมุ่งลงทุนในสินทรัพย์กลุ่ม Hospitality และ Lifestyle ในเมืองศูนย์กลางสำคัญและจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก

โรงแรมเปิดดำเนินการแล้ว รับรู้รายได้หลังปิดดีล

หนึ่งในความน่าสนใจของการลงทุนครั้งนี้คือ The Lake Como EDITION เป็นสินทรัพย์ที่ผ่านการพัฒนาและเปิดดำเนินการแล้ว ต่างจากการลงทุนพัฒนาโรงแรมแห่งใหม่ตั้งแต่ต้น ทำให้ลดความเสี่ยงในขั้นตอนการก่อสร้าง และสามารถรับรู้รายได้จากการดำเนินงานได้หลังการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์

ช่วงไฮซีซันเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 โรงแรมมีอัตราการเข้าพักมากกว่า 70% ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืน หรือ ADR อยู่ที่มากกว่า 1,500 ยูโร หรือกว่า 60,000 บาท สะท้อนตำแหน่งทางการตลาดของโรงแรมในกลุ่มลักซ์ชัวรี

ตัวโรงแรมตั้งอยู่ริมฝั่ง Cadenabbia ตรงข้าม Bellagio และอยู่ห่างจากเมืองมิลานและสนามบินนานาชาติ Malpensa ประมาณหนึ่งชั่วโมง

อาคารเดิมเป็น Palazzo จากศตวรรษที่ 19 ก่อนผ่านการปรับโฉมและเปิดให้บริการภายใต้แบรนด์ EDITION โดยมี Marriott International เป็นผู้บริหาร

ภายในประกอบด้วยห้องพักและห้องสวีต พร้อมสปาและเวลเนส ห้องอาหาร บาร์ และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ รวมถึง Floating Pool และบีชคลับริมทะเลสาบ

งานออกแบบภายในเป็นผลงานของ Neri&Hu ขณะที่ด้านอาหารมี Mauro Colagreco เชฟระดับมิชลินสตาร์เข้ามามีส่วนร่วม ส่วนโปรแกรมด้านสุขภาพมาจาก The Longevity Suite และตัวอาคารได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว LEED Gold

แสนสิริเดินหน้าพอร์ต Global Luxury Hospitality

ณภัทร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ Managing Director กองทุนแสนสิริ แคปิตอล ระบุว่า

“การเข้าถือครอง The Lake Como EDITION ถือเป็นก้าวสำคัญของแสนสิริในการขับเคลื่อน New S-Curve เพื่อสร้างความยืดหยุ่นทางการเงินและกระจายความเสี่ยง ในพอร์ต Global Luxury Hospitality”

กลยุทธ์การลงทุนของ Sansiri Capital มุ่งไปยังสินทรัพย์ระดับ Trophy Asset ในเมืองหลักและจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่มีความต้องการสูง แต่มีสินทรัพย์คุณภาพในตลาดอย่างจำกัด เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว พร้อมกระจายแหล่งรายได้ไปยังสกุลเงินหลักในตลาดโลก

สำหรับแสนสิริ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติ โดยเมื่อปี 2560 บริษัทเคยลงทุน 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเข้าถือหุ้น 35% ใน Standard International ก่อนเพิ่มสัดส่วนเป็น 71% และขายหุ้นทั้งหมดให้ Hyatt Hotels Corporation ในเวลาต่อมา ภายใต้ดีลมูลค่ารวม 355 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจุบันแสนสิริยังเดินหน้ามองหาโอกาสลงทุนในสินทรัพย์กลุ่ม Luxury Trophy Asset ตามเมืองท่องเที่ยวและ Key Gateway Cities แห่งอื่นทั่วโลก เพื่อขยายพอร์ตธุรกิจโรงแรมและไลฟ์สไตล์ และต่อยอดเป้าหมายสู่การเป็น Global Real Estate & Lifestyle Investment Platform

ที่มาของภาพ : Srettha Thavisin @Thavisin
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport