นิสสัน ประกาศทิศทางระยะยาวเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ชูเทคโนโลยี AI และ ซอฟต์แวร์ ควบคุมรถยนต์ พร้อมปรับทัพผลิตภัณฑ์เหลือ 45 รุ่น มุ่งเจาะตลาดหลัก ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และจีน
นิสสัน มอเตอร์ ประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาวภายใต้แนวคิด “Mobility Intelligence for Everyday Life” ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น มุ่งเน้นการปฏิรูปนวัตกรรมการเดินทางด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และซอฟต์แวร์เป็นหัวใจหลักในการควบคุมรถยนต์ (AI-Defined Vehicles หรือ AIDV) เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น
อีวาน เอสปิโนซา ประธานและซีอีโอของ นิสสัน เผยเป้าหมายสำคัญในการนำเทคโนโลยี Nissan AI Drive มาประยุกต์ใช้กับรถยนต์รุ่นต่างๆ ในอนาคตสูงถึง 90% โดยเตรียมเปิดตัว Nissan Elgrand รุ่นใหม่ในฤดูร้อนปี 2026 ซึ่งจะมาพร้อมระบบ ProPILOT ที่รองรับการขับขี่อัตโนมัติแบบครบวงจรภายในปีงบประมาณ 2027
นอกจากนี้ยังเตรียมขยายระบบขับเคลื่อนให้หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ตลาดโลก ประกอบด้วย:
e-POWER: แพลตฟอร์มหลักที่ให้ฟีลลิ่งการขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าโดยไม่ต้องชาร์จไฟ
ระบบ Hybrid ใหม่: สำหรับรถยนต์กลุ่ม Body-on-frame
เทคโนโลยีอื่นๆ: ครอบคลุมทั้ง PHEV (Plug-in Hybrid) และ REEV (Range-extender Hybrid)
เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและความสามารถในการแข่งขัน นิสสัน จะลดจำนวนรุ่นรถยนต์ทั่วโลกจาก 56 รุ่น ให้เหลือ 45 รุ่น โดยแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ตามบทบาทที่ชัดเจน ได้แก่ กลุ่มสร้างความตื่นเต้น, กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก, กลุ่มเน้นการเติบโต และกลุ่มพันธมิตร
รถยนต์รุ่นสำคัญที่เตรียมรุกตลาด:
X-Trail / Rogue e-POWER: รถยนต์ Flagship ระดับโลก
Juke EV: รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบสำหรับตลาดเยุโรป
Xterra: รถยนต์ออฟโรดโครงสร้างแข็งแกร่งสำหรับสหรัฐอเมริกา
Skyline: เน้นสมรรถนะและความสนุกในการขับขี่สำหรับตลาดญี่ปุ่น
INFINITI QX65 (2027): การฟื้นฟูแบรนด์ระดับพรีเมียมที่จะเริ่มจำหน่ายในฤดูใบไม้ผลินี้
ญี่ปุ่น: สนามทดสอบเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งเป้ายอดขาย 550,000 คันต่อปี ภายในปี 2030
สหรัฐอเมริกา: มุ่งเน้นรถยนต์ขนาดใหญ่และฐานการผลิตในประเทศ ตั้งเป้ายอดขาย 1 ล้านคันต่อปี
จีน: เน้นความเร็วในการพัฒนาและการส่งออก โดยเฉพาะรุ่น N7 และ Frontier Pro มุ่งสู่ตลาดอาเซียนและละตินอเมริกา ตั้งเป้ายอดขาย 1 ล้านคัน
วิสัยทัศน์นี้เป็นการต่อยอดจากแผนฟื้นฟู Re:Nissan เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทจะมีการแถลงรายละเอียดความคืบหน้าเพิ่มเติมพร้อมรายงานผลประกอบการประจำปีในเดือนพฤษภาคมนี้


