เจาะลึกเส้นทาง ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดภายใต้บังเหียน "น้าฉ่วย" พร้อมวิเคราะห์ขุมกำลังและดาร์บี้แมตช์หยุดโลก
หากให้พูดถึงจังหวัดที่ "ฟุตบอล" เปรียบเสมือนลมหายใจและจิตวิญญาณของผู้คน ชื่อของ "ศรีสะเกษ" มักจะถูกขีดเส้นใต้ไว้เป็นลำดับต้น ๆ เสมอ
ทว่าในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังแดนอีสานใต้แห่งนี้ กลับเต็มไปด้วยรอยแผล การต่อสู้ และความเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนเกินกว่าที่คนนอกจะเข้าใจได้จากเพียงแค่สกอร์บอร์ด
"ลำดวนเพลิง" ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ยิงอัด สงขลา ยูไนเต็ด ขาดลอย 5-1 ส่งผลให้พวกเขาก้าวขึ้นมาเขียนตำนานบทใหม่ให้กับตัวเอง
จากที่เคยเป็นเพียง "ทีมรอง" ในเงาของกูปรีอันตราย สู่การเป็น "ความหวังใหม่" ที่จะปลุกความรุ่งโรจน์ของฟุตบอลศรีสะเกษให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง
จากเงาของพี่ใหญ่ สู่ตัวจริงบนเวทีสูงสุด
จุดเริ่มต้นของ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ในปี 2555 ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการเป็นพระเอก
ในเวลานั้นพวกเขาถูกสร้างขึ้นมาในฐานะสโมสรพี่สโมสรน้องกับ ศรีสะเกษ เอฟซี เพื่อเป็นเวทีให้แข้งสายเลือดใหม่ได้บ่มเพาะฝีเท้า
แต่แล้วมรสุมทางกฎหมายและสิทธิ์การทำทีมที่กินเวลายาวนานนับทศวรรษ ก็ทำให้ "กูปรีอันตราย" ต้องหายไปจากสารบบอย่างน่าใจหาย
ในวันที่ศรัทธาของแฟนบอลเกือบจะพังทลาย "ลำดวนเพลิง" คือผู้ที่หยิบเศษเสี้ยวแห่งความหวังนั้นขึ้นมาประคองไว้
"น้าฉ่วย" กับศิลปะของการคว้าชัย
หากจะถามหาจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด แข็งแกร่งอย่างทุกวันนี้ ชื่อของ "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
กุนซือจอมเก๋าผู้ขึ้นชื่อเรื่องการทำทีมที่เหนียวแน่นและเกมสวนกลับที่เจ็บแสบ เข้ามาเติม "กระดูก" และ "ความเขี้ยว" ให้กับทีม
ภายใต้การกุมบังเหียนของ น้าฉ่วย ทีมลำดวนเพลิงไม่ได้มีแค่เกมรุกที่ดุดันเท่านั้น แต่พวกเขายังมีหัวใจที่แข็งแกร่ง แม้ในวันที่ต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก
เกมที่สนามศรีนครลำดวนมักจะมีมนต์ขลังเสมอ ด้วยยอดผู้ชมที่หนาตาและความกดดันที่ส่งผ่านจากอัฒจันทร์ฝั่ง "คบเพลิง"
ดาร์บี้แมตช์แห่งศักดิ์ศรี
ปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งที่สุดของฟุตบอลศรีสะเกษในเวลานี้ คือการที่พวกเขามีทีมระดับท็อปถึงสองทีมในลีกเดียวกัน
การกำเนิดขึ้นของ ราษีไศล ยูไนเต็ด ทีมจากระดับอำเภอที่ทะยานขึ้นสู่ไทยลีก ทำให้เกิด "ศรีสะเกษดาร์บี้" ที่ดุเดือดและเร้าใจบนลีกสูงสุด
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของฟุตบอล แต่มันคือภาพสะท้อนของจังหวัดที่บ้าคลั่งกีฬาชนิดนี้เข้าเส้นเลือด
แฟนบอลหลายคนอาจต้องลำบากใจในการเลือกข้าง แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันคือการพิสูจน์ว่าศรัทธาของคนศรีสะเกษหวนคืนสู่มาตุภูมิอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว
บนเส้นทางลูกหนัง ไม่มีใครรู้ว่า "ลำดวนเพลิง" จะไปได้ไกลแค่ไหนในลีกสูงสุด แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ในวันนี้ไม่ใช่แค่สโมสรฟุตบอลที่เป็นตัวแทนของจังหวัดอีกต่อไป
พวกเขาคือหลักฐานของการยืนหยัด คือที่พึ่งพิงใจของคนที่เคยสูญเสียทีมรัก และคือแรงบันดาลใจที่บอกเราว่า ตราบใดที่กลิ่นหญ้าและเสียงเชียร์ยังคงกึกก้องที่ศรีนครลำดวน ฟุตบอลที่นี่จะไม่มีวันตาย
เพราะสำหรับคนศรีสะเกษ... ฟุตบอลคือลมหายใจ และลมหายใจนี้จะยังคงอยู่ตลอดไป
ตัน กวาร์ดิโอล่า