สมาคมบอลไทยปลดล็อกหนี้ 360 ล้าน สยามสปอร์ต บรรลุข้อตกลง 3 ฝ่าย

สมาคมบอลไทยปลดล็อกหนี้ 360 ล้าน สยามสปอร์ต บรรลุข้อตกลง 3 ฝ่าย
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ บรรลุข้อตกลงร่วมกับ สยามสปอร์ต และ ซีนิเพล็กซ์ วางแนวทางชำระหนี้ 360 ล้านบาท หลังเคลียร์เงินก้อนแรก 120 ล้านบาท พร้อมรับโอนภาระหนี้อีก 240 ล้านบาท

โดยล่าสุด หลังจากสมาคมฯ ได้ชำระหนี้ให้กับ บริษัท สยามสปอร์ต ไปแล้วเป็นจำนวน 120 ล้านบาท สมาคมฯ ได้ขอรับโอนหนี้จำนวน 240 ล้านบาท (แทนที่สยามสปอร์ต ซึ่งเป็นหนี้ทรูฯ) ตามกรอบข้อตกลงที่ทำร่วมกันระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้สมาคมฯ ขอขอบคุณผู้บริหารของทั้ง ซีนิเพล็กซ์ (บริษัทในกลุ่มทรูฯ) ที่นำโดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ และ บมจ. สยามสปอร์ต ซินดิเคท ที่นำโดย คุณระวิ โหลทอง ที่เห็นแก่ประโยชน์ของวงการฟุตบอลไทย

เปิดที่มามหากาพย์หนี้สิน 10 ปี

ปัญหาหนี้สินดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่ในปี 2016 ภายใต้การบริหารงานของสมาคมฯ ชุดเก่า ที่ไปยกเลิกสิทธิ์ในการบริหารสปอนเซอร์และถ่ายทอดสดของสยามสปอร์ต เป็นผลให้มีการฟ้องร้องกันไปมา และต่อสู้คดีกันถึงสามศาล เป็นระยะเวลานานถึงสิบปี จนในที่สุดศาลฎีกาตัดสินให้สมาคมฯ แพ้คดี ต้องชำระหนี้จำนวน 360 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยให้สยามสปอร์ต

แต่เมื่อ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ และสภากรรมการชุดปัจจุบัน เข้ามารับตำแหน่งเมื่อปี 2024 ก็ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหา ด้วยการเจรจาและทยอยชำระหนี้มาโดยตลอด

ก่อนหน้านี้ สมาคมฯ ได้ชำระหนี้ส่วนต่างให้กับสยามสปอร์ตไปแล้วเป็นเงิน 120 ล้านบาท ครบถ้วนตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2569 เหลือเพียงจำนวนหนี้ระหว่าง บมจ. สยามสปอร์ต ซินดิเคท ที่มีต่อ บจก. ซีนิเพล็กซ์ จำนวน 240 ล้านบาท ซึ่งมีผลผูกพันต่อสมาคมฯ ด้วยเช่นกัน

กางเงื่อนไขข้อตกลง 3 ฝ่าย

ภายใต้ข้อตกลงสามฝ่ายดังกล่าว สมาคมฯ จะเป็นผู้ชำระหนี้ (แทน บมจ. สยามสปอร์ต) ให้แก่ บจก. ซีนิเพล็กซ์ เป็นจำนวนเงินทั้งหมด 240 ล้านบาท โดยกำหนดแนวทางการชำระหนี้ออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย:

  1. การทยอยชำระเป็นเงินสด รายเดือนตามงวดที่ตกลงกัน

  2. การให้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย (Broadcasting Right) แบบ Exclusive ในการถ่ายทอดสด รวมถึงการออกอากาศซ้ำ (Rerun) ผ่าน OTT, IPTV และ Pay TV บนทุกแพลตฟอร์มที่ให้บริการ โดยบริษัทในกลุ่มทรู หรือบริษัทในเครือ รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางการตลาดที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ระยะเวลา 4 ปี ระหว่างปี 2569-2572 ให้ บจก. ซีนิเพล็กซ์ เป็นการทดแทนเงินจำนวนหนี้ที่เหลือบางส่วน

นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เชื่อมั่นว่าข้อตกลงครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับสมาคมฯ โดยกำจัดความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกยึดและอายัดทรัพย์จากเจ้าหนี้ที่จะมีผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยสมาคมฯ จะสามารถมุ่งมั่นพัฒนา และสร้างความสำเร็จให้กับฟุตบอลทีมชาติไทยในทุกระดับ อันเป็นเป้าหมายสูงสุดที่แฟนฟุตบอลชาวไทยทุกคนคาดหวังร่วมกันได้อย่างเต็มที่ต่อไป

กางผลงาน "มาดามแป้ง" ปลดล็อกวิกฤตบอลไทย

ทั้งนี้ แม้ว่าตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ จะเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก แต่ก็ยังพยายามเดินหน้าขับเคลื่อนสมาคมฯ ภายใต้ข้อจำกัดรอบด้านอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเรื่องนอกสนาม อาทิ:

  • ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก: สามารถขายสิทธิ์ให้ AIS-GULF-JAS ได้ด้วยมูลค่าสูงถึง 2 พันล้านบาท ภายในระยะสัญญา 4 ปี (2025/26-2028/29) ปีละ 500 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขต่อสัญญาอีก 2 ฤดูกาล

  • การเพิ่มเงินสนับสนุนสโมสรฯ ครบทั้ง 3 ลีก:

    • ไทยลีก 1 จากเดิม 10 ล้านบาท เพิ่มเป็น 15 ล้านบาท

    • ไทยลีก 2 จากเดิม 3 ล้านบาท เพิ่มเป็น 4 ล้านบาท

    • ไทยลีก 3 จากเดิม 1 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1.25 ล้านบาท (โดยแบ่งจ่าย 4 งวด ตรงเวลา)

  • การถ่ายทอดสด: มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกอาชีพทั้งชายและหญิงครบทุกระดับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

  • ผู้สนับสนุนหลัก: การหาผู้สนับสนุนเข้ามาได้ครบทั้ง 3 ลีกอาชีพ ตั้งแต่ไทยลีก 1-3

  • การขายลิขสิทธิ์ฟุตบอลทีมชาติไทย: ให้กับทั้ง ไทยรัฐ ทีวี แบบ Exclusive ทุกแพลตฟอร์ม ทั้งทีวี ออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย และ บจก. ซีนิเพล็กซ์ แบบ Exclusive ผ่าน OTT, IPTV และ Pay TV บนทุกแพลตฟอร์มที่ให้บริการโดยบริษัทในกลุ่มทรูหรือบริษัทในเครือ



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport