การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี เดินทางมาถึงเกมสุดท้าย ซึ่งจะเป็นแมตช์ตัดสินชะตาของทุกทีมในสาย โดยทีมชาติไทย U23 ภายใต้การคุมทีมของ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เตรียมลงสนามพบกับ ทีมชาติจีน U23 ในวันพุธที่ 14 มกราคมนี้
สถานการณ์ของกลุ่มนี้ยังเปิดกว้าง แต่สำหรับทีมชาติไทย เงื่อนไขมีเพียงข้อเดียวคือ ต้องเก็บชัยชนะ เพื่อการันตีการผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย
การแข่งขันใน 2 เกมแรก ทีมชาติจีนเก็บได้ 4 คะแนน รั้งตำแหน่งจ่าฝูง ตามมาด้วย ออสเตรเลีย ที่มี 2 คะแนน อันดับ 3 อิรัก 2 คะแนน ส่วนทีมชาติไทยมี 1 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับสุดท้ายของกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ด้วยกติกาการจัดอันดับของ AFC ที่ให้ความสำคัญกับ ผลการพบกันเอง (Head-to-Head) เป็นลำดับแรก ทำให้ไทยยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้ในเกมสุดท้าย
ผลงาน 2 นัดแรกของทีมชาติไทย U23
นัดแรก : แพ้ ออสเตรเลีย 1-2
ทีมชาติไทย U23 เปิดฉากศึกเอเชียน คัพ 2026 ได้ไม่ดีมากนัก แม้ในเกมนี้จะได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 8 จาก สิทธา บุญหล้า ก่อนที่สถานการณ์ของเกมจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลัง พลเอก มณีกร เจนเซ่น ถูกใบแดงในนาทีที่ 12 ทำให้ไทยต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนเกือบตลอดทั้งเกม
การเสียเปรียบด้านจำนวนผู้เล่นบีบให้ทัพช้างศึกถอยมาเน้นเกมรับมากขึ้น พยายามรักษาระบบการเล่นและรอจังหวะสวนกลับ ขณะที่ออสเตรเลียอาศัยความแข็งแกร่งทางร่างกายและการครองบอลที่ต่อเนื่อง เดินหน้ากดดันใส่แนวรับไทยอย่างหนัก
สุดท้ายแนวรับไทยต้านไม่ไหว ถูก ออสเตรเลีย ยิงแซงสองประตูและพ่ายไป 1-2 แม้จะพลาดเก็บแต้มไปอย่างน่าเสียดาย แต่ภาพรวมของเกมยังสะท้อนให้เห็นถึงวินัยการเล่นเกมรับ และความพยายามในการเล่นตามแท็กติก ภายใต้สถานการณ์ที่เป็นรองเกือบตลอดทั้งเกม
นัดที่สอง : เสมอ อิรัก 1-1
“ช้างศึกจูเนียร์“ ลงสนามเกมที่สอง ด้วยการปรับแนวทางการเล่นให้รัดกุมมากขึ้น เน้นความมีวินัยในการยืนตำแหน่งและลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดส่วนบุคคล ทำให้รูปเกมโดยรวมมีความสมดุลมากกว่าเดิม
แม้จะเป็นฝ่ายเสียประตูก่อน แต่ทัพช้างศึกยังคงไม่เสียขบวน พยายามคุมจังหวะการเล่นและเลือกเดินเกมรุกอย่างรอบคอบ ก่อนจะมาได้ประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกม จาก ชินเงิน ภู่ตันหยง และเกือบได้ประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จาก อิคลาส สันหรน ที่ยิงไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย
ผลเสมอในนัดนี้ถือเป็นแต้มสำคัญที่ช่วยต่อลมหายใจให้ทีมชาติไทยยังอยู่ในเส้นทางลุ้นเข้ารอบต่อไป จนถึงนัดสุดท้าย
เงื่อนไขเดียว "ต้องชนะ"
แม้ปัจจุบันไทยจะรั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม แต่ด้วยกฎกติกาการเข้ารอบที่วัด Head-to-Head (ผลการแข่งขันที่พบกันเอง) เป็นอันดับแรก
1. ไทย ชนะ เข้ารอบทันที : โดยไทยจะมีเพิ่มเป็น 4 คะแนน และจะทำให้มีคะแนนเท่ากับจีน ซึ่งตามกฎ AFC จะวัด Head-to-Head ก่อน ซึ่งไทยจะเหนือกว่าจีนทันที และการันตีการเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายแน่นอน 100% โดยไม่ต้องสนใจผลคู่ระหว่าง ออสเตรเลีย กับ อิรัก
2. ถ้าไทยเสมอหรือแพ้: เก็บกระเป๋ากลับบ้านทันที
สิ่งที่ช้างศึก U23 ต้องทำให้ได้ หากหวังหักด่านมังกรจีน
1. วินัยต้องมาก่อน ความผิดพลาดต้องน้อยที่สุด
เกมระดับนี้ ความผิดพลาดส่วนบุคคลคือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ไทยจำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยความรัดกุมตั้งแต่นาทีแรก การยืนตำแหน่งและการสื่อสารในแนวรับต้องชัดเจน เพราะจากสองเกมที่ผ่านมา เราเห็นแล้วว่าความพลาดเพียงเสี้ยววินาทีสามารถเปลี่ยนรูปเกมได้ทันที หากยังเปิดช่องให้เกิดซ้ำ โอกาสถูกทีมอย่างจีนลงโทษย่อมหนีไม่พ้น
2. โอกาสมีน้อย... ต้อง "โป้งเดียวจอด"!
จีนไม่ใช่ทีมที่เปิดเกมแลกตรง ๆ พื้นที่สุดท้ายจึงเต็มไปด้วยความกดดัน ไทยต้องใช้ทุกโอกาสที่มีให้คุ้มค่าที่สุด ทั้งการเลือกจังหวะยิง การจ่ายบอลจังหวะสุดท้าย และการเติมขึ้นมาของผู้เล่นแถวสอง เพราะเกมลักษณะนี้อาจมีโอกาสไม่กี่ครั้ง และถ้าได้โอกาสแล้ว ต้องเปลี่ยนให้เป็นประตูให้ได้
3. ลูกตั้งเตะ... สัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง!
จุดแข็งของจีนอยู่ที่ความแข็งแกร่งทางร่างกายและลูกกลางอากาศ โดยเฉพาะลูกตั้งเตะที่สร้างความอันตรายได้แทบทุกครั้ง และเป็นที่มาของประตูสำคัญในเกมก่อนหน้านี้ แนวรับไทยจึงต้องเพิ่มความเข้มข้นในการยืนตำแหน่ง เคลียร์บอลให้เด็ดขาด และหลีกเลี่ยงการเสียฟาวล์ในพื้นที่เสี่ยง เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการเสียประตูแบบไม่ทันตั้งตัว
4. เกมเดือดแค่ไหน ใจต้องนิ่งกว่าเกม
สไตล์ของจีนคือการเล่นหนัก เข้าบอลถึงตัว และกดดันคู่แข่งตลอดทั้งเกม ช้างศึก U23 ต้องไม่หลงเหลี่ยม ห้ามหลุดโฟกัสไปเล่นนอกเกมหรือหัวร้อนตามจังหวะปะทะ เพราะหากเสียสมาธิหรือเหลือตัวผู้เล่นน้อยกว่าเมื่อใด แผนที่เตรียมมาทั้งหมดอาจพังลงทันที
5. เชื่อในแผน เชื่อในทีม อย่ารีบร้อนจนหลุดรูปเกม
เกมนี้ไม่จำเป็นต้องเร่งตั้งแต่นาทีแรก สิ่งที่ไทยต้องทำคือเล่นตามแท็กติกที่วางไว้ คุมจังหวะเกมให้ได้ และไม่เปิดพื้นที่โดยไม่จำเป็น เพราะจีนเป็นทีมที่รอฉวยโอกาสจากความผิดพลาด หากช้างศึก U23 รักษารูปเกมและสมาธิได้ตลอด 90 นาที โอกาสลุ้นคว้าชัยชนะเพื่อตั๋วรอบต่อไปก็ยังเปิดกว้าง
โปรแกรมทีมชาติไทย ใน ยู-23 เอเชียน คัพ 2026 (รอบแบ่งกลุ่ม)
นัดที่ 3
วันพุธที่ 14 มกราคม 2026
ไทย พบ จีน
เวลา 18:30 น.(ตามเวลาประเทศไทย) ที่อัล ชาบับ คลับ สเตเดี้ยม
ถ่ายทอดสดทาง BG Sports