ช้างศึกเสี่ยงไร้ชุดเต็ม! โปรแกรม "คิงส์คัพ" ชน "โชปี้คัพ" ทำ 3 สโมสรไทยลังเลปล่อยตัว ด้านแฟนบอลถกสนั่น สโมสรจ่ายเงินเดือนมีสิทธิ์กั๊กนักเตะไว้ลุยสโมสรอาเซียนจริงหรือ?
กลายเป็นประเด็นร้อนที่แฟนบอลชาวไทยกำลังให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 ณ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ระหว่างวันที่ 9-17 พฤศจิกายน 2569 โดยทีมชาติไทยชุดใหญ่ภายใต้การนำทัพของ แอนโธนี ฮัดสัน กำลังเผชิญปัญหาสำคัญและส่อแววว่าจะไม่สามารถเรียกตัวผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดเข้ามาติดทีมได้ในทัวร์นาเมนต์นี้
ต้นเหตุของปัญหาดังกล่าวเกิดจากการจัดโปรแกรมแข่งขันที่คาบเกี่ยวกันอย่างกระชั้นชิด โดยศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอาเซียน 2026/27 หรือ โชปี้ คัพ นัดที่ 2 ถูกวางคิวให้เตะในวันที่ 18 และ 19 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นเวลาเพียง 1-2 วัน หลังจากเกมนัดชิงชนะเลิศของศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 ที่จะลงสนามในวันที่ 17 พฤศจิกายน จบลง ทำให้เกิดความกังวลเรื่องสภาพร่างกายและการเดินทางของผู้เล่น
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อ 3 สโมสรใหญ่ของไทยที่มีโปรแกรมต้องออกไปเยือนต่างประเทศในศึกโชปี้ คัพ นัดที่ 2 โดยในวันที่ 18 พฤศจิกายน ราชบุรี เอฟซี มีคิวบุกไปเยือน แทมปิเนส โรเวอร์ส เช่นเดียวกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ต้องออกไปเยือน โฮจิมินห์ ซิตี้ ก่อนที่ในวันที่ 19 พฤศจิกายน การท่าเรือ เอฟซี จะต้องยกพลไปเยือน สวายเรียง ทำให้โอกาสที่ต้นสังกัดจะปล่อยตัวนักเตะหลักมารับใช้ชาติกลายเป็นเรื่องยากลำบาก
กรณีดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่แฟนบอลออกเป็นสองฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่าสโมสรควรปล่อยตัวนักเตะตามกฎฟีฟ่าเดย์โดยไม่มีข้อเงื่อนไข ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าสโมสรมีสิทธิ์พิจารณาเนื่องจากเป็นผู้แบกรับค่าใช้จ่ายและเงินเดือนของผู้เล่น หากปล่อยตัวจนส่งผลกระทบต่อผลงานในระดับสโมสรก็อาจสร้างความเสียหายตามมา เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง