ความห่างไทย-ญี่ปุ่น เหมือนประถมเจอมหา'ลัย

ความห่างไทย-ญี่ปุ่น เหมือนประถมเจอมหา'ลัย
เวทีฟุตบอลชายในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ที่นาโกย่า-ไอจิ ประเทศญี่ปุ่น หนนี้ มีหลายเรื่องให้แฟนบอลไทยได้หยิบมาคุยกัน โดยเฉพาะเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายที่ทีมชาติไทย U23 เจอกับเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น

ก่อนลงสนามเกมนี้ ผลงานของ "ช้างศึก U23" ถือว่าน่าพอใจไม่น้อย ชนะคีร์กีซสถาน 3-2 และถล่มฮ่องกง 5-1 เก็บ 6 คะแนนเต็ม พร้อมการันตีผ่านเข้าสู่รอบต่อไปเรียบร้อยแล้ว

แต่เมื่อเจอกับญี่ปุ่น ภาพที่ออกมากลับแตกต่างจากสองนัดแรกอย่างสิ้นเชิง

ตลอดทั้งเกม ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายครองสถานการณ์เอาไว้เกือบทั้งหมด พวกเขาเล่นด้วยความเร็ว ความแม่นยำ และความเข้าใจเกมในระดับที่ทำให้ไทยตามจังหวะไม่ทันอยู่หลายช่วง

ครึ่งแรก ญี่ปุ่นนำ 1-0 พร้อมสร้างโอกาสยิงได้เป็นกอบเป็นกำ ขณะที่ไทยแทบไม่ได้พาบอลขึ้นไปสร้างความอันตรายในพื้นที่สุดท้าย

พอจบ 90 นาที สกอร์ลงเอยที่ไทยแพ้ 0-3 และสิ่งที่น่าสนใจกว่าสกอร์คือ ทีมชาติไทยไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบหรือแม้แต่จบสกอร์ตลอดทั้งเกมเลย

แน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องมองควบคู่กับบริบทด้วย เพราะทีมของ "โค้ชวัง" ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ผ่านเข้ารอบไปแล้ว การเลือกโรเตชันนักเตะและเก็บความสดไว้สำหรับรอบน็อกเอาต์ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งในรอบ 8 ทีมสุดท้ายอย่างจีน กำลังรออยู่ในวันที่ 26 กันยายนนี้

อย่างไรก็ตาม ต่อให้มองในมุมดังกล่าว เกมนี้ก็ยังสะท้อนบางอย่างให้เห็นชัดเจน

สิ่งที่ผมเห็นไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้ 0-3 แต่คือช่องว่างของมาตรฐานฟุตบอลระหว่างไทยกับญี่ปุ่นที่ยังมีอยู่จริง

ยิ่งน่าสนใจเมื่อญี่ปุ่นชุดนี้ไม่ใช่ทีม U23 เต็มรูปแบบ แต่เป็นทีม U21 ที่อายุน้อยกว่านักเตะไทยหลายคนถึง 2 ปี

แม้จะอายุน้อยกว่า แต่คุณภาพการเล่นกลับไม่ได้ลดลงเลย ไม่ว่าจะเป็นการยืนตำแหน่ง การเคลื่อนที่ หรือการตัดสินใจในจังหวะสำคัญ ทุกอย่างถูกทำออกมาอย่างเป็นระบบ

นี่คือผลลัพธ์ของการพัฒนาเยาวชนที่ต่อเนื่องมายาวนาน

ญี่ปุ่นไม่ได้เพิ่งเก่งในช่วงไม่กี่ปีหลัง แต่พวกเขาสะสมรากฐานกันมาเป็นสิบๆ ปี จนสามารถผลิตนักเตะคุณภาพขึ้นมาทดแทนกันได้แทบทุกรุ่นอายุ

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทีมชาติญี่ปุ่นถึงผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ติดต่อกันตั้งแต่ปี 1998 จนถึงปัจจุบัน

สำหรับผม เกมนี้อาจไม่ใช่วันที่ไทยเล่นดีนัก แต่ก็ไม่ใช่เกมที่ไร้คุณค่า

บางครั้งความพ่ายแพ้ต่อทีมระดับท็อปของเอเชีย อาจเป็นบทเรียนที่ชัดเจนกว่าชัยชนะหลายๆ นัดเสียอีก

เพราะมันทำให้เราเห็นความจริงว่า วันนี้เราอยู่ตรงไหน และถ้าอยากไปยืนในจุดเดียวกับญี่ปุ่น เราคงต้องทำมากกว่าแค่หวังให้มีนักเตะเก่งๆ ขึ้นมาสักรุ่น แต่ต้องสร้างระบบที่ทำให้มีนักเตะแบบนั้นเกิดขึ้นได้ทุกปี

นั่นต่างหากคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากเกมนี้

#กอล์ฟเบนเทเก้



ที่มาของภาพ : -
BY : Quarterback
"กอล์ฟ เบนเทเก้" ปิยะพงษ์ โพธินาค
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport