ไม่มีอะไรต้องก้มหน้าเสียน้ำตาเลยสักนิดเดียว ลองคิดดูเอาแล้วกัน เวียดนามเขายกทัพจัดเต็มสูบ แถมได้เล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลตัวเองแน่นสนาม ขนาดนั้นแล้วเขายังเอาเราไม่ลงเลยด้วยซ้ำ!
จริงอยู่ที่สุดท้าย "ช้างศึก" ของเราจะพลาดแชมป์อาเซียน 2026 ไปอย่างน่าเสียดาย หลังจากบุกไปยันเสมอเวียดนามถึงถิ่น 2-2 ทำให้รวมผลสกอร์สองนัด "ทัพดาวทอง" ชนะไปด้วยสกอร์รวม 4-2 คว้าแชมป์สมัยที่ 4 ไปครองได้สำเร็จ
แต่ถ้าเราลองถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว แล้วมองภาพรวมของทัวร์นาเมนต์นี้จริงๆ สกอร์บนสกอร์บอร์ดมันไม่ได้เล่าความจริงทั้งหมด
ลองย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นก่อนเปิดทัวร์นาเมนต์ เวียดนามเขามีเวลาเก็บตัวซ้อมแผนกันนานเป็นเดือน ขนผู้เล่นชุดที่ดีที่สุด ตัวหลักครบครันมาแบบจัดเต็ม
ในขณะที่ทีมชาติไทยของเรา อย่างที่แฟนบอลทุกคนรู้กันดี นี่มันคือ "ชุดผสม" ชัดๆ
มีทั้งดาวรุ่งหน้าใหม่ผสมกับเก๋าเกม เหตุผลก็เพราะรายการนี้ไม่ได้แข่งในปฏิทินฟีฟ่าเดย์ สโมสรต่างๆ มีสิทธิ์เด็ดขาดที่จะไม่ปล่อยตัวนักเตะ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องโปรแกรมและวิถีอาชีพที่ถูกต้อง ไม่ใช่ความผิดของใครเลย
เอาเข้าจริง ก่อนเปิดทัวร์นาเมนต์ มีใครบ้างที่เชื่อว่าทีมชาติไทยชุดนี้จะไปได้ไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ? ด้วยข้อจำกัดเรื่องตัวผู้เล่น หลายคนแค่มองว่าผ่านรอบแรกได้ก็น่าพอใจแล้ว
แต่ แอนโธนี่ ฮัดสัน ในฐานะกุนซือใหญ่ กลับพาทีมชุดที่ใครๆ มองข้าม ฝ่าฟันจนเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แม้ว่าบทสุดท้ายถ้วยแชมป์จะไม่ได้กลับมาตั้งที่เมืองไทยก็ตาม
แน่นอนว่า ฮัดสัน โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์และทัวร์ลงอย่างหนักหน่วงมาตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ข้อหาใหญ่คือสไตล์การเล่นแท็กติกเน้นผลการแข่งขันมากเกินไป ภาษาชาวบ้านเค้าเรียกว่า "ทรงบอลอุด น่าเบื่อ ดูแล้วง่วงสุดๆ"
ซึ่งบอลสไตล์นี้มันมีความเสี่ยงสูงมากครับ ในวันที่ทีมชนะ คนก็แค่มองว่าเสมอตัว ทำได้ตามมาตรฐาน แต่พอวันไหนสะดุดแพ้หรือพลาดท่าขึ้นมา... เรียบร้อยครับ โดนแฟนบอลถล่มยับแบบไม่มีชิ้นดี
มองในมุมของ ฮัดสัน เขาเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกันนัก ต่อให้ทีมชนะก็เหมือนเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ แต่เมื่อไหร่ที่พลาด เสียงวิจารณ์ก็ดังขึ้นทันที
ในเมื่อทรัพยากรที่มีให้ใช้งานในมือตั้งแต่วันแรก มันไม่ใช่ชุดที่ดีที่สุดของเรา ถ้าเป็นทีมชาติไทยชุดที่ดีที่สุด และรูปเกมยังออกมาแบบนี้ ค่อยมาด่ามาว่ากันว่าไร้ฝีมือ แต่นี่มันไม่ใช่ไงครับ
อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลทีมชาติไม่ได้จบลงที่รายการนี้ ภารกิจทวงบัลลังก์อาเซียนรอบนี้จบลงไปแล้ว ของจริงนับจากนี้กำลังจะเริ่มขึ้น!
ปลายเดือนนี้ (24 กันยายน ถึง 3 ตุลาคม 2569) เรามีคิวต้องลงลุยศึกใหญ่อย่าง "ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026" ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งขุนพลช้างศึกถูกจัดให้อยู่ในดิวิชัน 1 ร่วมสายกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เวียดนาม รวมถึง ฟิลิปปินส์ และ ปากีสถาน
เราเหลือเวลาอีกประมาณ 4 สัปดาห์เต็มๆ ในการเตรียมทัพ และรายการนี้แหละคือของจริง เพราะตรงกับช่วงฟีฟ่าเดย์พอดี สโมสรพร้อมใจปล่อยตัวนักเตะเกรดเอแน่นอน ไม่ว่าจะค้าแข้งในไทยลีกหรือต่างประเทศ ทัพช้างศึกจะได้ขนชุดใหญ่ไฟลุกมาแบบเต็มสูบ
คราวนี้แหละจะเป็นบททดสอบและกึ๋นที่แท้จริงของ แอนโธนี่ ฮัดสัน ว่ามีดีแค่ไหน ถึงตอนนั้นถ้าตัวครบ มือพร้อม แล้วผลงานยังออกมาห่วย ทรงบอลยังน่าเบื่อเหมือนเดิม แฟนบอลค่อยจัดหนักวิจารณ์กันให้เต็มคราบ ก็ยังไม่สายเกินไป
เชียร์บอลไทยยุคนี้ อยากให้เปิดใจกันนิดนึงครับ วิจารณ์งานตามเนื้อผ้าได้ มีหลักการ มีเหตุผล ไม่ใช่จ้องแต่จะด่าเอาสะใจอย่างเดียว ถอยออกมามองภาพกว้างๆ ซัพพอร์ตเด็กๆ และโค้ช แล้วก้าวไปข้างหน้าด้วยกันครับ!
#กอล์ฟเบนเทเก้