แท็กติกฆ่านักเตะ? แฉแท็กติกทีมชาติทำฟอร์มดรอป ดับโอกาสแข้งไทยยื่นโปรไฟล์ยุโรป-เอเชีย ถามตรงๆ เน้นอุดแหลกแบบนี้ จะส่งนักบอลไทยไปต่างแดนยังไง!!
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าหลังเกมฟุตบอลอุ่นเครื่องฟีฟ่า เดย์ เมื่อวันอังคารที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่ทีมชาติไทย บุกไปยันเสมอ ทีมชาติจีน ได้ถึงถิ่นด้วยสกอร์ 0-0 แต่ทว่าสิ่งที่แฟนบอลและคนในวงการฟุตบอลไทยรับไม่ได้อย่างรุนแรง ไม่ใช่ผลสกอร์แต่คือรูปเกมที่ไร้ทรงและน่าอึดอัดตลอด 90 นาที
ในเกมนี้ ทีมชาติไทยเลือกใช้แท็กติกเน้นผลการแข่งขันด้วยการลงไปตั้งรับลึกเต็มรูปแบบเพื่อเซฟไม่ให้เสียประตู ทว่าการจัดกระบวนทัพเช่นนี้กลับลดทอนศักยภาพของนักเตะไทยอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านตัวเลขสถิติหลังเกมที่ห่างกันลิบลับราวฟ้ากับเหว เพราะโอกาสยิงรวม ทีมชาติจีน 24 ครั้ง ส่วนทีมชาติไทย 3 ครั้ง และยิงเข้ากรอบ ทีมชาติจีน 6 ครั้ง ขณะที่ทีมชาติไทย 0 ครั้ง
ชนวนเหตุที่ทำให้กระแสดราม่านี้คุโชนขึ้นมา เกิดจากความเคลื่อนไหวของ คุณนพคุณ ทาทิพย์ เอเยนต์ฟุตบอลชื่อดังจากค่าย Pro 24 ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันและส่งออกนักเตะไทยไปค้าแข้งในลีกอาชีพของประเทศญี่ปุ่นมาแล้วหลายราย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยความอัดอั้นตันใจว่า
"เจอโค้ชแบบนี้ ผมยังไม่รู้เลย จะส่งนักบอลไทยไปต่างแดนยังไง ขอพารา 2 เม็ด"
ทีมงาน SIAMSPORT ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวและกูรูฟุตบอลวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า ในการซื้อขายนักเตะยุคปัจจุบัน แมวมองและสโมสรในเจลีกหรือลีกอื่นๆ ต้องดูสถิติเชิงลึกและคลิปการเล่น แต่เมื่อสถิติออกมาว่ายิง 0 ครั้ง ครองบอลน้อย ข้อมูลเหล่านี้ก็ไม่สามารถนำไปดึงดูดความสนใจจากทีมต่างแดนได้เลย
นอกจากนี้ เมื่อนักเตะไม่มีเวทีให้โชว์ของในนามทีมชาติ โอกาสที่จะได้ย้ายไปอัปเลเวลในลีกที่มาตรฐานสูงกว่าก็ยิ่งลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลย้อนกลับมาทำให้ศักยภาพของทีมชาติไทยย่ำอยู่กับที่ในระยะยาว ซึ่งหลังจากนี้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และทีมงานสตาฟโค้ช คงต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนัก ก่อนที่ศรัทธาแฟนบอลและอนาคตของนักเตะไทยจะพังทลายลงไปมากกว่านี้